Monday, January 30, 2017

สุขสันต์วันตรุษจีน

*Read this post in English here*

สวัสดีวันตรุษจีน 2560! 

จริงๆ ก็ผ่านมาสองวันแล้ว แต่ไหนๆ  ก็วาดรูปนี้ไว้เลยอยากจะพูดถึงเบื้องหลังสักนิด

ช่วงสัปดาห์เทศกาลวันตรุษจีนเป็นวันที่เราค่อนข้างยุ่ง เนื่องด้วยต้องทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถพาท่านแม่ไปจ่ายของ เตรียมของสำหรับวันไหว้ ไปสั่งซื้อไก่ต้ม ขนม ผลไม้ เอาของไปส่งบ้านญาติที่จะทำพิธีไหว้กัน ส่วนแม่ก็จะเตรียมต้มกระเพาะปลาสูตรเด็ดใครกินต้องชม แจกจ่ายตามบ้านญาติๆ ถึงจะไหว้กันแบบเล็กๆ แต่ก็เหนื่อยพอสมควร

และความที่ยุ่งนี่แหละที่ผ่านมาเลยไม่เคยวาดรูปเกี่ยวกับตรุษจีนเลย ปีนี้ตั้งใจวางแผนวาดก่อนเทศกาล นั่งดูกูเกิ้ลหาแรงบันดาลใจแล้วก็อยากวาดคนเยอะๆ สีสันเยอะๆ ให้เหมาะกับบรรยากาศเลยเลือกวาดเชิดสิงโต นั่งดูรูปอยู่นานจนในที่สุดก็ได้ร่างดินสอตามแบบของเราเอง

จากนั้นก็เอามาสแกนเข้าเครื่อง ลอกลายในโฟโต้ชอป สิ่งที่ยากคือการจัดการกับสี ทำยังไงให้ดูลงตัว ไม่ดูแดงจนเกินไป อยากได้ใสๆ ตามสไตล์หนูเมอรี่ เลยเน้นที่สีประจำคือชมพูกับเหลือง

จะเห็นว่าในรูปร่างดินสอไม่มีแป๊ะยิ้ม เราเพิ่งมาเติมเพราะแฟนทักว่าแป๊ะยิ้มหายไปไหน คือมัวแต่ตั้งใจวาดตัวสิงโต มาดูรูปอีกที อ้าว มันต้องมีแป๊ะยิ้มด้วยสินะ ตัวแป๊ะยิ้มนี่น่าจะมีที่มาที่ไปหลากหลาย ที่อ่านมาพอเข้าใจคือตำนานเล่าว่า แต่ก่อนสิงโตชอบทำตัวเกเร ทำเรื่องวุ่นวายไว้เยอะ แป๊ะยิ้มหรือในอีกชื่อคือ big head buddha เลยถูกเรียกให้ลงมาปราบสิงโต เลยเป็นที่มาของประเพณีเชิดสิงโต ก็ไม่แน่ใจว่าแท้จริงยังไงนะ
วาดรูปนี้สนุกดี ภูมิใจเล็กๆ ที่วาดรูปรายละเอียดเยอะๆ ได้สำเร็จ และจัดการกับสีได้อย่างที่ตั้งใจ

ขอตบท้ายด้วย คุณไก่ของปีไก่ ไก่เป็นตัวแทนของความขยันหมั่นเพียร ขอความขยันหมั่นเพียรจงอยู่กับเรา มุ่งมั่นพาตัวเองไปสู่เป้าหมายให้ได้เถอะ!

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ขอปีไก่นี้นำแต่ความสุขความเจริญมาให้นะคะ :)

Saturday, January 7, 2017

อ่านจบล่าสุด : Thimble Summer by Elizabeth Enright


ปลายปีที่แล้วบอกกับใครๆ ว่าปีนี้จะซื้อหนังสือน้อยลง อ่านกองดองให้มากขึ้น หลายคนแซวว่าจะไหวเหรอออออที่จะไม่ซื้อน่ะ เราก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน (อ้าว) แต่ก็คิดไว้ว่าจะพยายามอดใจไว้ไม่ซื้ออย่างน้อยสองสามเดือนแรก สิ่งที่ทำให้คิดว่าน่าจะทำได้คือบรรดาหนังสือในกองดองตั้งโตที่โชว์หราในห้อง ระยะหลังรู้สึกผิดอย่างแรงที่ปล่อยให้หนังสือแสนสวยโทรมไปก่อนจะทันได้อ่าน เลยตั้งใจว่าจะพยายามอ่านที่ดองๆ ไว้ให้เยอะที่สุดก่อน แล้วค่อยไปซื้อเล่มใหม่มาเพิ่ม

เล่มนี้อยู่ในกองดองมานานมาก จำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาตอนไหน เป็นเล่มที่อ่านจบแล้วคิดว่าเราต้องอ่านกองดองให้มากๆ ละ เผื่อว่าจะเจอเล่มที่อ่านแล้วรักเหมือนเล่มนี้อีก Thimble Summer จัดอยู่ในหนังสือเด็กแบบโบราณ(ก็เขาเขียนมาตั้งหลายสิบปีแล้วอ่ะนะ) คือเป็นเรื่องชีวิตประจำวันธรรมดา มี accident หรือเรื่องตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่หวือหวา ผจญภัย แบบเรื่องในปัจจุบัน จุดเด่นของเรื่องนี้คือคนเขียนสามารถเล่าเรื่อง+บรรยายรายละเอียดแบบง่ายๆ แต่อ่านแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศในเรื่อง คือเห็นภาพโดยไม่ต้องเวิ่นเว้อ รู้สึกถึงความร้อนอบอ้าว เหงื่อที่หยดไหล เม็ดทรายใต้ฝ่าเท้า กลิ่นดินหลังฝนตก และความคิดง่ายๆ ของตัวเอก คืออ่านแล้วรู้สึกว่ารักจัง อยากเป็นแบบตัวเอก หรืออยากมีเพื่อนแบบเธอไรงี้

เรื่องนี้อยากจะบวกดาวเพิ่มให้กับภาพประกอบด้วย เพิ่งรู้ว่าคนเขียนเป็นนักวาดภาพประกอบ และลายเส้นเรียบง่ายก็ช่างเสริมเสน่ห์ให้หนังสือเล่มนี้ให้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีก เป็นหนังสือ feel good ที่จะกลับมาอ่านอีกครั้งตอนแก่  

Friday, January 6, 2017

ถ้วยกาแฟใบโปรด

วันก่อนเผลอปัดถ้วยกาแฟใบโปรดตกแตก จริงๆ ในบ้านก็มีถ้วยใบอื่นใช้ได้ แต่มีถ้วยนี้ที่ชงกาแฟกินแล้วรู้สึกอร่อย อาจจะเป็นที่เนื้อเซรามิกกำลังพอดี ไม่หนาเกินไป ไม่บางเกินไป หรืออาจจะเป็นที่ขนาดถ้วยพอเหมาะ รินน้ำชงกาแฟดื่มได้รสเข้มข้นกำลังพอดี หรืออาจจะเป็นที่เราชินกับถ้วยใบนี้ ดื่มมันทุกวัน 

สรุปว่ารู้สึกแปลกๆ ที่ถ้วยใบโปรดแตกไป ก็เลยตั้งใจว่าจะไปลองหาถ้วยแบบเดิมมาแทน ปรากฎว่าก็เจอนะ แต่ ณ ขณะนั้นก็เกิดอาการอยากได้ถ้วยแบบใหม่ขึ้นมา ดูไปดูมาก็เลือกซื้อถ้วยสีขาว มีลายนิดหน่อยพอเก๋ๆ ขนาดใกล้เคียงใบที่ตั้งใจจะซื้อกลับบ้าน รุ่งขึ้นชงกาแฟกินก็ยังไม่อร่อยเท่า สรุป(อีกที)ว่ามันคงเป็นความเคยชินนั่นแล...

ปล. ตอนนี้ย้ายมาเขียนบล๊อกนี้ตามเดิม เพราะบล๊อกใน www.onmerryday.com โหลดภาพช้ามาก เขียนในนี้อัพง่ายกว่าเยอะ



Monday, February 10, 2014

คนบ้าหนังสือ(สวย) : Wow! Animals


Wow! Animals
Author : Emma Dods
Design and styling : Amy McSimpson
Jacket design : Mike Davis
Illustration : Marc Aspinall

เห็นเล่มนี้บนชั้นแนะนำหนังสือที่คิโนะคุนิยะ อิเซตัน มาสักพัก แต่ไม่ได้เปิดดูอาจจะเพราะปกไม่ดึงดูดเรา ณ ตอนนั้น แถมห่อพลาสติกอีกต่างหาก บางทีก็ขี้เกียจเดินไปให้เขาแกะให้ ผ่านมาสองสามอาทิตย์ หนังสือยังอยู่บนชั้น วันนั้นอยู่ในโหมดอยากซื้อหนังสือกลับบ้าน คืออะไรก็ได้ขอให้ติดมือมา (บ้าเข้าขั้น) เลยลองหยิบมาให้เขาแกะให้ดู เปิดมาหน้าแรกก็ซื้อเลย 

สิ่งแรกที่ทำให้คำว่า "ซื้อ!" เด้งเข้ามาในหัวคือ สี สีพื้นของแต่ละหน้าในหนังสือเล่มนี้ดูแปลกกว่าเล่มอื่นๆ จริงๆ มันก็คือสีทั่วไปนี่แหละ เหลือง ชมพู ฟ้า เขียว ฯลฯ แต่คนออกแบบ (หนังสือเล่มนี้มีทั้งคนวาดและคนดีไซน์การจัดวางหน้า) เลือกปรับโทนสีให้ดูไม่ธรรมดา มีฟ้าอมเขียว เหลืองอมส้ม ส้มอมน้ำตาล เขียวใส เขียวหม่น ฯลฯ ประกอบกับการวางให้หน้าคู่ใช้สีพื้นเดียวกันทำให้มีพื้นที่ของสีนั้นๆ เยอะ เลยดูเด่น

ส่วนที่สองที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจคือ การวางองค์ประกอบภาพแต่ละหน้า ตามปกติถ้ามีรูปสัตว์เราจะมีฉากป่าหรือสวนสัตว์ หรืออย่างน้อยก็ต้นไม้อยู่ในหัวควบคู่ไปด้วย แต่เล่มนี้คนออกแบบตั้งใจละไว้ในฐานที่เข้าใจ แล้วเน้นจุดสำคัญที่เหล่าสัตว์ทั้งหลาย เล็กบ้างใหญ่บ้าง กลับหัวบ้าง ออกไปนอกขอบบ้างและวางสัตว์แต่ละตัวให้มีปฏิสัมพันธ์กันแทน 

การวางตัวหนังสือก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจากเนื้อหาแต่ละย่อหน้าเป็นคำบรรยายถึงลักษณะพิเศษของสัตว์แต่ละชนิด(เพิ่งรู้ว่านก hummingbird เป็นนกชนิดเดียวที่บินถอยหลังได้นะ) ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อเนื่องกัน คนออกแบบเลยเล่นกับพื้นที่ว่างได้เต็มที่ ตัวหนังสือเล็กใหญ่ โค้ง กระโดดไปกระโดดมายิ่งเสริมการเคลื่อนไหวของสัตว์ในภาพ ดูสนุก ^-^

สรุปว่า เป็นหนังสือที่เหมาะกับเด็กมากๆ เราแก่แล้วก็ยังหยิบมาเปิดดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ :D หลังปกบอกว่ามีหนังสืออีกเล่มในชุดคือ Wow! Human Body ไม่รู้จะทำได้ดีเหมือนเล่มนี้หรือเปล่านะ













  


Wednesday, August 7, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน : สรุปห้าสัปดาห์

MATS-5weeks-roundup

ว่าจะเขียนโพสต์นี้มาหลายวัน แต่ดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ อาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งใจวางแผนงานสำหรับ MerryDay อย่างจริงจัง ไม่รู้หรอกว่าการเขียน business plan มันเขียนยังไง แค่เขียนรายละเอียด ขั้นตอนที่คิดวาจะทำไว้อย่างละเอียดสุดๆ พอแจกแจงรายละเอียดได้เยอะก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชัดเจนขึ้น ไม่งงๆ มึนๆ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเหมือนเมื่อก่อน เขียนเสร็จก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มงานแบบจริงจัง แต่ก็ต้องรีบวิ่งไปโรงพยาบาลเพราะพ่อป่วย...

ชีวิตที่ผ่านมามีพ่อเป็นที่พึ่งตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เราอายุเยอะแล้ว และพ่อก็แก่มากแล้วด้วย เรากลายเป็นที่พึ่งสำหรับพ่อเวลาเจ็บป่วย รู้สึกกลัวและลังเลนิดๆ ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่จะมาเริ่มทำงานของตัวเองตอนนี้ แต่คิดดูอีกทีงานฟรีแลนซ์ที่ผ่านก็ไม่ต่างกับตอนนี้เท่าไหร่ ชีวิตนี้คงไม่สามารถกลับไปทำงานประจำได้อีก ถ้าจะทำขอทำงานประจำของตัวเองดีกว่า...

หลังๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยวอกแวก ไม่ค่อยลังเลอะไรเท่าไหร่ เพื่อนก็บอกว่าดูเรามั่นใจกว่าแต่ก่อน ทั้งที่ไม่มีอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตั้งใจทำจะได้เรื่องหรือล้มเหลว แต่นั่นแหละ ชีวิตมันสั้น อายุก็เยอะแล้ว ตั้งใจทำงานเดินหน้าไปดีกว่า

รูปข้างบนคือรวมงานการบ้านที่ทำในคลาส Make Art That Sells e-course ที่เพิ่งเรียนจบไป (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่) ใครที่พอจะคุ้นกับงานเราคงจะดูออกว่าสไตล์กับดีไซน์ยังคงความเป็น MerryDay อยู่ที่ดูต่างหน่อยก็น่าจะตรงที่มีรายละเอียดมากขึ้น ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น งานก่อนหน้านี้จะเป็นรูปที่วาดแบบโดดๆ ไม่มีฉากหรือแบ็คกราวนด์ ไม่มีตัวประกอบหรือเรื่องราว ซึ่งเป็นจุดที่เราคิดมานานแล้วว่าต้องพัฒนา

ตั้งแต่เริ่มเรียนมาก็มีคนถามตลอดว่าคิดอยังไงกับคลาสนี้ ซึ่งถ้าจะตอบคำถามนี้ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราคาดหวังอะไรกับชั้นเรียนนี้บ้าง ก็สรุปมาง่ายๆ ว่าก่อนจะเรียน เราคาดหวังว่า :

• เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ art business มากขึ้น

• เราจะรู้ว่าทำยังไงให้งานที่เราออกแบบไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้

• เราจะได้รู้จักคนเยอะขึ้น (และให้คนอื่นรู้จักงานเราเยอะขึ้น)

• ฝึมือในการวาดและออกแบบของเราจะพัฒนาขึ้น (เกี่ยวกับฉาก แบ็คกราวนด์ เรื่องราว ที่ว่ามาข้างต้นนั่นแหละ)

พอเรียนจบก็รู้สึกว่า :

• รู้เรื่องเกี่ยวกับ art business มากขึ้นนะ ว่าเขาทำอะไรยังไงกันบ้าง

• จุดที่ชอบในคอร์สนี้คือ เขาแยกแต่ละอาทิตย์ให้โฟกัสเรื่องเรื่องเดียวไปเลย อย่างอาทิตย์ที่เรียนเกี่ยวกับหนังสือเด็ก ก็จะสอนว่าหนังสือเด็กจะต้องเน้นอะไรบ้าง เรื่องราวหรือรูปวาดแบบไหนที่จะมีโอกาสได้ตีพิมพ์ พร้อมตัวอย่างงานสวยๆ จากศิลปินเก่งๆ

ปกติคนที่ยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนหรือมีเป้าความหลายเป้า(เช่นเราเอง) บางทีก็จะเกิดอาการงงตัวเองว่าตกลงฉันอยากทำอะไร การที่ได้ลองเรียนหัวข้อที่แตกต่างเป็นอาทิตย์ก็ช่วยให้เรามีสมาธิกับหัวข้อนั้นๆ พอเรียนจบเอามาเปรียบเทียบกันก็จะรู้ว่าเราถนัด ชอบ หรือควรจะมุ่งไปทางไหน สรุป คลาสนี้ก็เหมือนเป็นไกด์ให้เรานั่นแหละ

• ตั้งแต่เรียนมาก็มีคนมากดไลค์เพจ MerryDay มากขึ้น แต่เขาจะรู้้จักเรามากน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ค้นพบว่าการแสดงความคิดเห็นในส่วนของเรา(ซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยกล้า)ก็ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้ฝึกภาษาอังกฤษอีกต่างหาก :)

• คิดว่าฝีมือการออกแบบ+วาดพัฒนาขึ้นนะ ไม่ถึงขนาดมีเทคนิคพิเศษเพิ่ม แต่รู้สึกว่าตัวเองวาด+คิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้น ก็สมกับที่ตั้งใจไว้

ยังมีอีกคำถามที่ถามมามากคือ คิดว่าคอร์สนี้คุ้มกับเงินที่เสียไปไหม ตอนสั้นๆ ว่าคุ้ม แต่เพราะอะไร ขอเขียนเป็นโพสต์หน้าละกัน :)


Saturday, July 27, 2013

Sunday Sketch กับงานวาดนก

BIRD-july28

สวัสดีวันอาทิตย์ วันนี้ฟ้าหม่นเหมือนเดิม แต่ที่สามารถตื่นเช้าได้ เพราะพอคิดว่าจะมาวาดรูปต่อมันก็รู้สึกสนุกแล้ว ติดอยู่นิดนึงตรงที่ว่างานดูเหมือนจะเดินช้าเหลือเกิน -__-' ทั้งที่ตั้งใจคิด+วาดทุกวัน แต่ก็ยังไม่ทันใจนะ

Sunday sketch วันนี้เป็นสเก็ตช์รูปนกที่วาดมาหลายวัน ธีีมคือ 'secret garden' ที่คิดมานานแล้ว วาดไม่เสร็จซะที(เฮ้อ) คราวนี้พยายามโฟกัสกับการวาดด้วยการตั้ง keywords เป็นแนวทาง นั่นก็คือ ดอกไม้ ผลไม้ นก หนูเมอรี่ และที่เพิ่มเข้าไปคือ การขอบคุณ (grateful)

ไอเดียขอบคุณนี่มาจากสเตตัสของเพื่อนในเฟสบุ้คที่พูดถึงคุณสามีที่กลับมาบ้านจะเขียนบันทึกสามสิ่งที่รู้สึกขอบคุณในวันนั้นๆ เรื่องการรู้สึกขอบคุณ หรือ I feel grateful for นี่ จะเป็นเรื่องที่อ่านเจอเรื่อยๆ ตามบล๊อกของชาวฝรั่งทั้งหลาย เป็นเรื่องที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดาอีกเหมือนกัน เพราะดูเหมือนเขาจะคอยเขียนเตือนตัวเองกันเป็นระยะๆ :) คงเป็นเรื่องปกติของชาวโลกที่มักจะชอบคิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่เกิดในแต่ละวันมากกว่าจะรู้สึกถึงสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในชีวิต เลยต้องคอยเตือนตัวเองตลอดๆ ก็แปลกดีเหมือนกัน

ล่าสุดเพิ่งได้ feedback มาจากคนซื้อชุดกระดาษจดหมายจาก MerryDay ของเรา เธอบอกว่าตื่นเต้นที่จะใช้กระดาษเราเขียนจดหมายถึงเพื่อน เป็นคำพูดง่ายๆ ที่จริงๆ เธออาจจะเขียนไปอย่างนั้นก็ได้ แต่อ่านแล้วก็รู้สึกดีใจเล็กๆ เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยเขียนจดหมายกันแล้ว แต่ก็คิดว่าจะเป็นสิ่งที่หายไปจากโลกนี้ยาก หลายคนเริ่มมึนงงกับความรวดเร็วทันสมัย จดหมายอีเมล์ที่ดูแข็งๆ ยังไงก็ไม่เท่าลายมือสวยๆ หรือบางทีก็ไก่เขี่ยให้เราแกะลายแทงเล่น การโต้ตอบฉับไวผ่านโลกออนไลน์มีประโยชน์หลายอย่าง แต่ถ้ามากไปก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน...

ยังคงพยายามวาด 365 days I draw  และยังมีเรื่องหนูเมอรี่ไปโรงเรียนอีกสองตอนที่ยังอยากเล่า คงต้องค่อยๆ เขียนไป

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ขอให้เป็นวันดีๆ จ้ะ :)

learn-july2013

Wednesday, July 24, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 6 : Gift

สัปดาห์สุดท้ายของ  Make Art That Sells Class อาทิตย์นี้เรียนเกี่ยวกับ งานของขวัญ (gift) จริงๆ แล้วเป็นหัวข้อที่เราตื่นเต้นน้อยที่สุดถ้าเทียบกับหัวข้ออื่นๆ แต่ปรากฎว่าเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับงานของ MerryDay โดยตรงเลยทีเดียว

ตอนนี้ MerryDay ยังอยู่ในขั้นเตาะแตะมากๆ ของที่ทำขายก็เป็นงานการ์ด งานชุดเครื่องเขียน ที่เราวาด ออกแบบ พิมพ์เอง ยังไม่อยากลงทุนทำของออกมาเยอะ เพราะเคยทำแล้วมีปัญหาเรื่องกระจายของกับเก็บสต็อค คราวนี้เลยขอเริ่มแบบเล็กๆ ก่อน แต่ก็ยังอนุญาตให้ตัวเองฝันว่าสักวันจะมีของขายแบบครบชุด ทั้งแก้วกาแฟ กระเป๋า ของจุ๊กจิ๊กทั้งหลาย ซึ่งก็คือหัวข้อในอาทิตย์นี้นี่แหละ

อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ทำ pattern ออกแบบลายจาน หนังสือเด็ก และ wall art คราวนี้จะเป็นการออกแบบกระเป๋าใส่ของแบบมีซิป :) เหมือนทุกครั้งเราเริ่มด้วย mini exercise คราวนี้เราต้องหาของสะสมมาวาด หลายคนพอพูดถึงของสะสมก็จะตื่นเต้น ถ่ายรูปของที่มีมาโชว์กันใหญ่ มีทั้งเศษผ้า ไหมพรม ตุ๊กตาตัวน้อย กระดุม สมุด หนังสือภาพ เครื่องมือวาดรูป หินสีสวย บางคนมีกันเป็นกล่องๆ เลยทีเดียว เราเองไม่ได้เป็นคนสะสมของแบบจริงจัง มีบ้างก็พวกโปสการ์ด งานพิมพ์สวยๆ ที่เก็บเยอะหน่อย ถ้าจะซื้อสะสมจริงจังช่วงหลังๆ ก็น่าจะเป็นหนังสือภาพเด็ก ซึ่งคงไม่เวิร์คสำหรับงานนี้ ประกอบกับเพิ่งแต่งงานย้ายออกมาอยู่คอนโดซึ่งไม่ค่อยมีพื้นที่ไว้เก็บสมบัติบ้าเท่าไหร่ เลยหาของมาได้น้อยเท่าที่มีนี่แหละ

my little things

my little things

my little things

เหตุผลที่เราต้องหาของมาเยอะๆ เพราะการบ้านที่ทำจะเป็นการออกแบบกระเป๋าแบบ hyper-lush เพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก สรุปย่อๆ ก็คือเป็นงานสไตล์เยอะ เน้นดอกไม้ใหญ่เล็กซ้อนทับกัน สีสันจัดจ้าน นัยว่าเป็นสไตล์ที่ตอนนี้เขาฮิตกันในวงการแฟชั่น ดูตัวอย่างรูปได้ที่นี่

ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองคงทำงานสไตล์นี้ไม่ได้ เพราะถนัดทำงานเรียบ สีน้อยหน่อย เวลาทำงานที่มีองค์ประกอบเยอะๆ ยุ่งๆ หรือสีมาก เป็นต้องเละทุกที แต่ยังไงลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร ตอนแรกลองทำ photo collage ดู ปรากฎว่าล่ม ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำเลย เลยหันมาสเก็ตช์งานตามสไตล์เราเอง แบบก็เอามาจากของจุ๊กจิ๊กที่เราเก็บๆ มานี่แหละ


gift-sketch

จากนั้นก็ลองนึกภาพ ร่างองค์ประกอบออกมาในรูปแบบกระเป๋า ก็ได้ออกมาประมาณนี้

giftsketch
พอมีภาพร่างแบบชัดๆ แบบนี้เวลาเอาไปวาดในคอมก็ไม่ยากมากแล้ว เพียงแต่ต้องดูบางส่วน ตัดบางส่วนเติมบางส่วนให้ลงตัวขึ้น ค่อยๆ ทำ สลับชิ้นงานไปมาในที่สุดก็ได้อย่างที่ชอบ

pavinee_s_merrydaypouch_1a_week5.jpg

งานนี้รู้สึกชอบสีเป็นพิเศษ สีมิ้นต์ได้มาจากตอนเห็นรถมินิคูเปอร์สีนี้ขับผ่าน เห็นแล้วก็อยากทำกระเป๋าสีนี้ทันที จากนั้นก็คิดว่าสีไหนน่าจะเหมาะต่อ ก็ได้ magenta บานเย็น กับ taupe ออกน้ำตาลมา งานนี้ยังคงเป็นสไตล์เราอยู่ ดูไม่เยอะถ้าเทียบกับงานคนอื่น แต่ก็ถือว่าเยอะพอดูถ้าเทียบกับที่เคยทำมา

สิ่งที่สนุกขึ้นไปอีก คือการลองเอารูปเดียวกันนี่แหละมาแยกส่วนแล้ววางให้ลงตัวกับของแบบอื่น อย่างเคสไอโฟน กระเป๋าเล็ก ตามที่เห็น สรุปว่าต่อไปจะวาดอะไรก็ควรเผื่อแแบบให้สามารถแยกส่วนเอาไปทำนู่นนีนั่นได้ง่ายๆ สินะ

คอร์สเรียน Make Art That Sells จบแล้ว แต่นี่แค่ part A ยังเหลือ Part B ที่จะเปิดอีกทีเดือนตุลา ระหว่างนี้ก็วางแผนไว้ว่าจะต้องทำงานของ MerryDay ให้เยอะที่สุด

มีคนถามหลายคนว่าลงเรียนคอร์สนี้คุ้มไหม ส่วนตัวคิดว่าคุ้ม แต่จะคุ้มยังไงเดี๋ยวมาเขียนสรุปอีกทีดีกว่า :)


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...