Showing posts with label Make Art That Sells. Show all posts
Showing posts with label Make Art That Sells. Show all posts

Thursday, July 11, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 5 : wall art

ชั้นเรียน Make Art That Sells จบไปเรียบร้อย แต่ยังมีหลายสิ่งที่ยังดำเนินต่อ ทั้งเพื่อนในชั้นเรียนที่ยังคุยกันต่อใน facebook group ซึ่งเปิดเป็นการถาวร และการแข่งขันหาศิลปินเข้าสังกัด Lilla Rogers Studio เดี๋ยวเราจะค่อยๆ เก็บรายละเอียดบันทึกไปเรื่อยๆ แต่ก่อนอื่นขอเขียนถึงการบ้านอีกสองชิ้นที่ยังไม่ได้พูดถึง :)

อาทิตย์ที่สี่ของคลาสเราเรียนเกี่ยวกับ wall art พูดง่ายๆ คือภาพประดับผนังตกแต่งบ้านนี่แหละ งานนี้สรุปสั้นๆ ก็คือจะต้องเป็นงานที่เด่นและมีรายละเอียดที่ชวนมองตลอดเวลา ดูแล้วไม่เบื่อง่ายๆ เพราะเป็นงานที่จะแขวนประดับอยู่เป็นเวลานาน งานเป็นได้หลากหลายสไตล์ทั้งภาพเหมือนจริง ภาพถ่าย ภาพ collage ภาพสำหรับห้องเด็กเช่น alphabet  ส่วนที่กำลังฮิตขณะนี้คือภาพแนว abstract

การบ้านของอาทิตย์เริ่มด้วย mini exercise หาของที่มีสีตามสีของราศีเกิด ราศีเราคือกรกฎ cancer สีที่เขาว่าคือ ชมพู เหลือง ซึ่งเป็นคู่สีที่เราชอบพอดี รู้สึกว่าเป็นสีของ MerryDay มากๆ :D

MATS Week 4 wall art process

เช่นเคย ทุกอาทิตย์ครูจะพยายามเชียร์ให้นักเรียนทำงานที่แตกต่างจากที่เคยทำ ลองอุปกรณ์หรือสื่อใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น อย่างเราถนัดวาดรูปในคอมฯ ก็พยายามหันมาวาดระบายสีน้ำ สีอะครีลิค คือเน้นให้คิดหาไอเดียก่อนจะอาศัยเทคโนโลยี...

MATS Week 4 wall art process

มาถึงการบ้านหลักนั่นก็คือ วาดภาพ wall art สไตล์ collage เน้น abstract โดยให้มีส่วนประกอบที่เป็นดอกไม้ จะให้เป็นองค์ประกอบหลักหรือให้เป็นแค่ตัวประกอบก็ได้แล้วแต่ จะวาดในโปรแกรมก็ได้ หรือจะละเลงบนผ้าใบก็ตามแต่ใจ เราเลือกทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ระบายบนผ้าใบด้วยสีอะครีลิค...

ตอนแรกก็เกร็งเล็กน้อยเพราะไม่มีปุ่ม delete หรือ command+Z ให้กด ผิดแล้วผิดเลยว่างั้น ที่เลือกใช้สีอะครีลิคเพราะเป็นสีที่ระบายทับได้ อย่างรูปข้างล่างนี่ ตอนแรกวาดไปแล้วเต็มเฟรมแต่เกิดไม่ชอบ เลยระบายขาวทับใหม่ ถ้าใช้สีน้ำคงต้องขึ้นกระดาษใหม่กันเลย เพราะไม่รู้จะแก้ยังไง :P

MATS Week 4 wall art process

ทีนี้มาถึงขั้นตอนของการ collage ปะติดชึ่งก็ไม่ถนัดอีก ไม่รู้จะเอาอะไรมาติด ติดตรงไหนถึงจะสวย ติดไปแล้วก็คงแก้ยากด้วย สุดท้ายก็ติดแต่น้อย ติดแค่เศษกระดาษห่อของขวัญ กับกระดาษชงกาแฟ (สีน้ำตาลอ่อนที่ทำเป็นดอกไม้) ชอบกระดาษชงกาแฟนี่ สีสวยเนื้อสัมผัสพอน่ารัก ถึงจะวาดรายละเอียดไม่ได้มากเพราะหมึกมันซึม แต่ก็พอสนุกอยู่เหมือนกัน :)

MATS Week 4 wall art process

MATS Week 4 wall art process

ตอนแรกชอบรายละเอียดของตัวดอกไม้มาก แต่พอลองเอาไปแขวนบนผนังก็รู้เลยว่าไม่เวิร์ค รายละเอียดเล็กไป ภาพโดยรวมดูกระจัดกระจายไม่เด่น เลยตัดใจตัดกระดาษแปะทับแล้วระบายสีเหลืองใหม่ ให้สีเป็นกลุ่มก้อน เพิ่มรายละเอียดสีดำ คราวนี้ดูไกลๆ ค่อยเด่นเด้งขึ้นมาหน่อย จากนั้นก็เติมรายละเอียดอีกเล็กน้อยจนถึงจุดที่คิดว่า พอละ เติมมากเดี๋ยวเละ :P

MATS Week 4 wall art process
พูดกันตามจริง ไม่คิดว่างานชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ดีหรือตอบโจทย์ที่เขาตั้งมา มีอีกหลายจุดที่เราต้องพัฒนา แต่อย่างน้อยก็รู้สึกสนุกเวลาทำ เรียนรู้มากขึ้น มีสมาธิมากขึ้น ที่สำคัญมีความรู้สึกว่ามันยังมีึความเป็น MerryDay อยู่ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายของการเรียนคอร์สนี้นะ คืออยากเอาความรู้มาทำ MerryDay ให้ดีขึ้น :)

MATS Week 4 wall art process

พอส่งการบ้านดอกไม้ข้างบนไปเรียบร้อยก็รู้สึกติดใจสีอะครีลิคกับการตัดแปะ เลยลองทำเล่นอีกหนึ่งชิ้น  คราวนี้ไม่เครียดเพราะไม่ใช่การบ้าน ลองสเก็ตช์คร่าวๆ ข้างบนแล้วมาวาดจริงใหม่อีกทีบนกระดาษสีน้ำ ทำเพลินและสนุกเลยเชียว รู้สึกชอบมากกว่าดอกไม้ข้างบนด้วยซ้ำ รู้สึกว่าภาพนี้มีความเป็นเรากว่า :)

MATS Week 4 wall art process

พอทำภาพนี้เสร็จก็อยากลองสีอะครีลิคให้มากขึ้น แอบสงสัยว่าถ้าเราเอาอะครีลิคมาผสมกับงานวาดในโปรแกรมกับงานตัดแปะมันจะออกมาเป็นยังไง คงต้องลองดูสินะ :)

ยังเหลือการบ้านอาทิตย์สุดท้ายที่ต้องพูดถึง จริงๆ การเขียนบล๊อกนี่ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ แต่เรารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องบันทึกไว้ ใช้เวลาหน่อย แต่ภายหน้าก็อาจจะเป็นประโยชน์เวลากลับมาอ่าน :)


Monday, June 24, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 4 : ภาพประกอบหนังสือเด็ก

pavinee_s_snailrosetree_1a_week3.jpg

ตอนนี้เราเข้ามาถึงสัปดาห์ที่สามของการเรียนออนไลน์วิชา Make Art That Sells แล้ว :D คอร์สนี้เรียนทั้งหมดห้าอาทิตย์ เท่ากับเดินมาครึ่งทางเรียบร้อย หลายคนในคลาสเริ่มบ่นกันว่าเดี๋ยวคลาสจะจบแล้ว จะทำยังไงกัน อย่างที่บอกว่าคลาสนี้สนุกตรงที่เราได้แชร์+คุยกันใน facebook และดูเหมือนทุกคนรวมทั้งเราเองด้วยจะเริ่มติดกลุ่มนี้อย่างแรง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือคอร์สนี้ออกแบบการสอนที่ทำให้เรากระตือรือร้นและมีสมาธิในการทำงาน นั่นคือ แต่ละอาทิตย์จะมีหัวข้อไม่ซ้ำ โดยจะเริ่มให้การบ้านแบบมินิตั้งแต่วันจันทร์ เป็นการปูทางสำหรับการบ้านหลักที่จะให้ในวันพุธ การบ้านมินิหลักๆ จะเน้นการสเก็ตช์ เช่นที่ผ่านมาก็ให้สเก็ตช์ดอกไม้ โดยยังไม่บอกหรอกว่าจะให้ทำอะไรต่อจากนั้น เป็นการขีดเส้นไม่ให้เรากระโดดข้ามชอตเพราะการสเก็ตช์รวบรวมไอเดียนี่แหละเป็นขั้นตอนสำคัญของงานออกแบบ พอถึงวันพุธเขาถึงจะให้การบ้านหลักมา มีเวลาทำไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ ตารางเวลาแบบนี้จะแน่นมากๆ สำหรับคนที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยหรือดูลูกไปด้วย แต่ก็เป็นการฝึกอย่างดี เพราะในความเป็นจริงเวลาทำงานมันก็มีเวลาให้น้อยอย่างนี้แหละ

เราชอบการกำหนดเวลาแบบนี้มาก รู้สึกว่าตัวเองมีสมาธิมากขึ้น จัดเวลาดีขึ้น กำลังคิดว่าถ้าเอาไปปรับใช้กับงานตัวเองแล้วทำให้เป็นนิสัยคงจะดีไม่น้อย :)

มาพูดถึงการบ้านอาทิตย์ที่สามนี้กัน อาทิตย์นี้คือหัวข้อ หนังสือภาพเด็ก เป็นหัวข้อที่เราตื่นเต้นมากเพราะชอบดูหนังสือสวยๆ หลังๆ ยิ่งบ้าหนังสือภาพเด็กเริ่มซื้อเก็บสะสม มีเยอะขนาดตั้งเพจ คนบ้าหนังสือ(สวย) ได้นั่นแหละ :P

ครูเริ่มการสอนด้วยการยกตัวอย่างหนังสือภาพเด่นๆ มีเอกลักษณ์ แล้วอธิบายว่าทำไมแต่ละเล่มถึงดึงดูดคนอ่าน อย่างแรกเลยคือคุณต้องมีตัวละครที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ ต้องสามารถวาดสื่อท่าทาง อารมณ์ความรู้สึกได้ และต้องสร้างโลกที่น่าตื่นเต้นชวนให้คนอ่านอยากเข้าไป

ทีนี้ก็มาถึงการบ้านมินิในวันจันทร์ ตอนแรกเราเดาเอาว่าน่าจะให้วาดสัตว์ต่างๆ แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะให้วาดหอยทาก แต่ก็น่าสนใจนะ ดูมันแปลกดี :)

ladysnailouting

คงเป็นเพราะเราเรียนหัวข้อหนังสือเด็ก หลายคนก็เลยวาดหอยทากออกมาแนวน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่พอวันพุธมาถึงครูบอกการบ้านหลักที่จะต้องทำก็เล่นเอาหลายคนรวมทั้งเราด้วยหงายหลังไปเหมือนกัน การบ้านที่ว่าคือการออกแบบปกหรือหน้าในประกอบนิทานของ Hans Christian Andersen เรื่อง The Snail and the Rose Tree. ซึ่งเรื่องนี้เราอ่านตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจนะ เพราะเรื่องออกแนวนามธรรม หอยทากที่คิดว่าจะน่ารักก็กลายเป็นหอยทากแบบดาร์คๆ มองโลกในแง่ร้ายไปซะงั้น ต้องตั้งสติแล้วค่อยอ่านใหม่ถึงจะพอเข้าใจว่าเขาจะสื่อถึงอะไร โชคดีที่เขาให้เราวาดตามที่เราตีความเองได้ เราเลยเน้นไปที่ความสุขสดใสของต้นกุหลาบแทน

rosesketch

การบ้านชิ้นนี้ค่อนข้างยาก เพราะเราไม่ถนัดวาดภาพที่มีตัวละคร ฉากประกอบ รายละเอียดเยอะๆ จริงๆ ถ้าเลือกทำปกก็อาจจะง่ายหน่อย เพราะทำงานมาด้านนี้อยู่แล้ว ถึงจะไม่เคยทำปกหนังสือเด็กก็เถอะ จำได้ว่าเคยคุยกับเพื่อนที่เป็นนักวาดหนังสือเด็กว่าอยากหัดวาดฉาก รายละเอียดเยอะๆ เราเลยเลือกทำหน้าใน ซึ่งยากมาก ยิ่งดูงานคนอื่นๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่า เฮ้ย เราจะทำได้หรือเปล่า แต่ก็กัดฟัน ฮึด ทำจนเสร็จ :D กดดู รูปแรกบนสุด เพื่อดูรายละเอียดจ้ะ

maewsnail

บทเรียนอาทิตย์นี้สอนให้รู้ว่า

• อย่าเปรียบเทียบงานตัวเองกับคนอื่น แต่ละคนมีความสามารถ ปัจจัยต่างๆ ไม่เหมือนกัน ใช้เวลามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองจะดีกว่า

• อดทนอึดกับงานที่ทำ ตอนแรกคิดว่าสเก็ตช์ต้นไม้ข้างบนนี่คงไม่รอด เพราะพอลองวาดในคอมลงสีก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ ไม่ใช่อย่างที่เราอยากได้ เกือบจะหาไอเดียใหม่ แต่ลึกๆ ในใจก็รู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ ก็เลยลองอดทน วาดเติมนั่นนี่จนเสร็จ มันเป็นเรื่องของการอดทนพยายามต่อเติมจนสำเร็จจริงๆ นะ


WIP-sunzoom

คิดว่าถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็อาจจะทำได้ดีกว่านี้ แต่แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว เพราะได้หัดทำในสิ่งที่ไม่ถนัด และทำสำเร็จไม่ท้อไปเสียก่อน :)

อาทิตย์นี้หัวข้อใหม่คือ Wall Art การบ้านมินิคือให้หาของตามสีของราศีเกิด เรากรกฎ สีชมพูเหลือง น่าสนุกดีนะ :)

Sunday, June 9, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 2 : การบ้าน vintage kitchen pattern design

pavinee_s_merrykitchen_1a_week1.jpg

การบ้านแรกในวิชา  Make Art That Sells หัวข้อคือ vintage kitchen pattern การบ้านชิ้นนี้เริ่มจากการสเก็ตช์รูปเห็ดก่อนอย่างที่เขียนเล่าไปในโพสต์ก่อนหน้า จากนั้นการบ้านจริงๆ ก็คือการออกแบบแพทเทิร์นนี่แหละ

ว่ากันตามจริงตอนลงเรียนก็ตั้งใจไว้เลยว่าจะหยุดทำงานไปก่อน อยากจะใช้เวลาตรงนี้ให้เต็มที่ แต่ลึกๆ ก็รู้สึกผิดว่าเราไม่ได้ทำงานจะเป็นอะไรไหม พอเริ่มเรียนก็รู้เลยว่าคิดถูก เราใช้เวลาห้าอาทิตย์นี้ให้เต็มที่ น่าจะมีโอกาสพัฒนาฝีมือมากกว่าเรียนครึ่งๆ กลางๆ แถมทำงานครึ่งๆ กลางๆ หลายเท่า ตอนนี้เลยมีความสุขมากที่จะตื่นมาอ่านบทเรียนเตรียมการบ้าน ตั้งใจว่าจะทำดีๆ แล้วเอาไปปรับเป็นชิ้นงานสำหรับขายใน MerryDay อีกที :D

บางทีเห็นคนอื่นเขาขายของไปไกล มีแบรนด์ของตัวเอง แต่เรายังเตาะแตะอยู่ รู้สึกว่าตัวเองช้ากว่าเสมอ มันก็รู้สึกจี๊ดในอกเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่าความสามารถ เวลา จังหวะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เปรียบเทียบไปก็เซ็งเปล่าๆ :P

kitchen-zoom
การบ้านชิ้นนี้ทำแล้วก็นึกถึงสมัยแรกเริ่มที่เราใส่ใจกับรายละเอียดมากกว่านี้ รู้สึกเลยว่าหลังๆ ไม่ค่อยลงรายละเอียดรูปเท่าไหร่ ทั้งที่เป็นจุดที่เราเองชอบ และคนดูชอบ เวลาดูงานคนอื่นก็ชอบดูตรงรายละเอียดเล็กๆ อย่างลายดอกไม้บนหม้อ เต่าทองบนเห็ด อะไรทำนองนี้ ต่อไปต้องเตือนตัวเองว่าอย่ารีบ ทำงานให้ละเอียด มีจุดย่อยกุ๊กกิ๊กจะทำให้งานน่าดูยิ่งขึ้น ^-^

พูดถึงเต่าทองบนเห็ด หนูเต่าทองนี่ไม่ได้มีแต่แรกแต่เติมเข้าไปเพราะได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนในเฟสบุ้คที่เห็นรูปเต่าทองบนเห็ดแล้วนึกถึงเราเลยส่งรูปมาให้ หลังๆ เราจะรู้สึกขอบคุณเฟสบุ้คเป็นพิเศษเพราะตั้งแต่เล่นมาก็ได้เจอเพื่อนน่ารักๆ ได้กำลังใจ ได้แรงบันดาลใจมาตลอด การที่ใครสักคนเห็นอะไรแล้วนึกถึงงานเราเอามาบอกนี่เป็นอะไรที่ดีใจมากๆ นะ :D

ส่วนชุดสีหลักในแบบ เหลือง ม่วง ชมพู มาจากสเก็ตช์จากคราวที่แล้ว สีนี่เป็นมาร์คเกอร์สีพิเศษ(แต่ราคาถูกเว่อร์)ที่เพื่อนแนะนำมา ระบายแล้วสีจะสะท้อนแสง บนกระดาษน้ำตาลยิ่งสวย ทำเอาฝันว่าถ้ามีหมึก inkjet สีนี้คงดีพิลึก :D

ตัวแพทเทิร์นนี่ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าลายมันยังซำ้ไม่สม่ำเสมอ คือเรายังไม่รู้วิธีทำนั่นแหละ ^-^' แต่ไม่เป็นไรไปหา tutorial ไว้แล้ว จะลองเรียนแล้วเอามาปรับใช้กับแบบนี้ดู

วันนี้ชั้นเรียนเริ่มบทเรียนที่สอง อาทิตย์นี้จะเป็น home decor ไม่รู้ว่าจะมีอะไรมาให้ตื่นเต้นบ้าง แล้วจะมาอัพเดทการบ้านที่นี่เรื่อยๆ จนจบคอร์สละกันนะ :)


mushroom sketch

kitchen-coordinate01


kitchen-coordinate02

mats-kitchen-sketch01

mats-kitchen-sketch02


Monday, June 3, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน

This is me preparing for school days
ห่างจากบ้านนี้ไปเสียนาน ไม่ได้หายไปไหน ยังคงวาดรูป ดูบล๊อกชาวบ้านทุกวัน แต่อาจจะเล่นเฟสน้อยลง พยายามหาไอเดียวาดรูปมากขึ้น มีหลายอย่างที่รู้สึกว่าติดขัด ทั้งไอเดีย ทั้งอารมณ์ตัวเอง บางทีก็หงุดหงิดเหมือนว่าตัวเองไปไม่ถึงไหนเสียที ทั้งที่ทำงานอยู่ทุกวัน บางทีอาจจะต้องตัด ขยับเวลาบางส่วนในชีวิตให้ดีขึ้น ทำงานให้มากขึ้น เรื่อยเปื่อยให้น้อยลง...

แต่เดือนนี้อาจจะอนุโลมไว้ก่อน เพราะเรากำลังจะกลับไปเรียนหนังสือ :D ไม่ได้ไปเรียนโรงเรียนจริงๆ แต่เป็น e-course ชื่อว่า Make Art That Sells  เนื้อหาก็ตรงตามชื่อคอร์ส ทำอย่างไรให้งานศิลปะของเราขายได้ ครูที่สอนคือ Lilla Rogers ศิลปินวาดภาพประกอบที่ผันตัวเองมาเป็นเอเจนซี่คอยหางานป้อนงานให้ศิลปินคนอื่น  ศิลปินในสังกัดของเธอมีหลายคนที่เราชอบและตามงานอยู่ พอเธอบอกว่าจะเปิดสอนวิชานี้เราเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ อ่านเนื้อหาที่เธอจะสอนแล้วก็รู้สึกว่านี่แหละ ใช่เลย เราน่าจะได้ความรู้จากคอร์สนี้พอสมควร และเนื่องจากเธอค่อนข้างดังในกลุ่มอาชีพ illustrator/designer คนเลยลงเรียนเยอะ ตอนนี้ก็ปาเข้าไปสามร้อยกว่าคนแล้ว มีตั้งแต่คนที่แทบไม่ได้จับดินสอวาดรูปไปจนถึงนักวาดรูปที่ประสบความสำเร็จแล้ว แม้แต่ศิลปินในสังกัดของเธอเองก็ลงเรียนด้วย

Lilla เพิ่งออกหนังสือ I Just Like to Make Things เล่าถึงประวัติคร่าวๆ ก่อนเธอมาทำงานด้านนี้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานในแต่ละตลาด ทั้งการออกแบบลายผ้าสำหรับทำเสื้อผ้าเด็ก งานเย็บปักถักร้อยต่างๆ  งานออกแบบเครื่องเขียน ของพรีเมี่ยม งานออกแบบหนังสือเด็ก และอื่นๆ อีกมากมาย หลักๆ คือการออกแบบภาพประกอบและกราฟฟิค แต่แต่ละรูปแบบงานแต่ละตลาดจะมีจุดที่แตกต่าง หนังสือบอกเราคร่าวๆ ว่าควรจะออกแบบอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับตลาดนั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราสงสัยมานานแล้ว คือในโลกนี้มีงานสวยๆ มากมาย แต่ไม่ใช่ว่าทุกงานจะขายได้หมด มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อ่านหนังสือเธอ ประกอบกับบทเรียน(ที่เริ่มวันนี้วันแรก) ก็เริ่มจับจุดได้บ้าง รู้สึกสนุก ตื่นเต้นดีนะ :D

I just like to make thing - lilla rogers

วันนี้คอร์สเปิดเรียนวันแรก แต่ก่อนหน้านั้นทีมงานส่งลิ๊งค์ facebook group มาให้เหล่านักเรียนมาแนะนำตัวทำความรู้จักกันก่อน นั่งอ่านนั่งดูแทบไม่ไหว ทุกคนมีพื้นฐานด้านวาดรูประดับหนึ่ง บางคนวาดเป็นงานอดิเรกแต่อยากต่อยอดเพิ่ม บางคนทำงานออกแบบลายผ้า หนังสือเด็กอยู่แล้ว แต่อยากเสริมความรู้ การได้อยู่ท่ามกลางคนที่สนใจในสิ่งเดียวกันนี่มันสนุกนะ เป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้เราขยันมากขึ้น :D

บทเรียนวันนี้เกี่ยวกับการออกแบบลายผ้าสำหรับ bolt fabric ง่ายๆ คือผ้าเป็นพับๆ ที่ขายตามร้านผ้านี่แหละ เราแชร์เนื้อหาที่เขาสอนไม่ได้ แต่คิดว่าจะแชร์การบ้านที่ต้องทำ จะพยายามบันทึกขั้นตอนไว้ สิ่งที่เราทำตอนนี้อาจจะเป็นประโยชน์กับเราในวันข้างหน้าที่กลับมาอ่านก็ได้ใครจะรู้ :)

รูปข้างล่างนี่คือ mood board ที่เอารูปเดิมๆ ออก คิดว่าอีกไม่นานคงเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากคอร์สนี้และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ;)

deskjune2

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...