Friday, April 19, 2013

งานวาดเป็นการ์ด When Spring Comes

Colorful Flower Garden Blank Card

งานวาดล่าสุดที่ทำเป็นการ์ด จริงๆ งานนี้วาดมาจากต้นแบบที่วาดไว้นานแล้วในโปรเจคท์  365 days I draw project หัวข้อคือ garden รูปต้นแบบนั้นใช้ปากกามาร์กเกอร์บนกระดาษน้ำตาล ตอนวาดมือสนุกมาก ตอนนั้นกำลังบ้าวาดบนกระดาษน้ำตาล เวลาวาดก็จะได้กลิ่นหอมๆ ของกระดาษด้วย :)

96-garden-pavinee

รูปนี้วาดด้วยการไม่คิดอะไรมาก แค่อยากวาดดอกไม้เยอะๆ  เริ่มด้วยการลงมาร์เกอร์สีเป็นรูปร่างดอกไม้ก่อน วาดเป็นจุดๆ กะระยะให้ห่างกันพอสมควร มาร์กเกอร์ชุดนี้มีไม่กี่สีที่วาดบนกระดาษน้ำตาลแล้วจะดูแจ่ม  เราชอบสีชมพูเป็นพิเศษ รู้สึกว่ามันช่างเข้ากับน้ำตาล ดูอุ่นๆ หวานๆ

จากนั้นก็เติมหมึกดำตรงรายละเอียด หนูเมอรี่ก็เติมทีหลัง จะได้เน้นความรู้สึกสดชื่นไปด้วย แต่งานการ์ดเปลี่ยนสีดำให้เป็นเขียว ให้ความรู้สึกเบาๆ ไม่หนักจนเกินไป :)

งานนี้มีขายที่เพจในเฟสบุ้ค ถ้าสนใจสอบถามโดยตรงได้ทางเมล์ onmerryday@gmail.com ค่ะ

ขอบคุณที่แวะมา ขอให้วันนี้เป็นวันดีๆ สดชื่นๆ เหมือนในรูป :D


Colorful Flower Garden Blank Card

Wednesday, April 17, 2013

วันถ่ายรูป

studiotime-merryday
วันนี้เป็นวันถ่ายรูป :) การถ่ายรูปงานที่ทำเป็นอะไรที่เกร็งพอสมควร หลายครั้งที่คิดว่าถ่ายดีแล้ว แต่พอเอาเข้าคอมฯ ก็ออกมามืดบ้าง ไม่ชัดบ้าง บางทีก็ต้องถ่ายซ่อมทั้งชุด ถ่ายงานไม่กี่ชิ้น ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ ยากและเหนื่อยน่าดู 

ความที่ไม่มีสถานที่ถ่ายรูปเฉพาะ มีแต่อุปกรณ์บ้านๆ​ กระดาษขาวกับโคมไฟ ซึ่งต้องเอามาจัดตั้งใหม่ทุกครั้ง เราเลยพยายามปริ๊นท์งานออกมาทีเดียวหลายชิ้น เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปทีเดียววันนึงไปเลย ไม่ต้องยกเข้ายกออก เหนื่อยโดยไม่จำเป็น :P

ทั้งที่วางแผนดีแล้ว และพยายามไม่คิดเยอะ แต่ถ่ายงาน 7 ชิ้น ก็ใช้เวลาไปครึ่งวันเต็มๆ รูปหลังๆ เล่นเอาวิงเวียนกันเลย กะว่าคืนนี้จะไม่เฝ้าหน้าจอคอมฯ อยากพักบ้าง แต่ก็อดไม่ได้มาเขียนบล๊อกซะได้ :)

บางทีก็รู้สึกเหนื่อยมากๆ อยากนั่งเฉยๆ อ่านนิยายเรื่อยเปื่อย แต่ไม่ได้ทำสักทีนะ หวังว่าอดทนเหนื่อยวันนี้มันจะคุ้มในวันหน้า :)

Monday, April 15, 2013

ตำราออกแบบการ์ด กับ สเก็ตช์ไอเดียที่ได้

Complete Guide to Greeting Card Design & Illustration and my merry sketch

วันหยุดใช้เวลาส่วนใหญ่วาดรูป เตรียมงาน และอ่านหนังสือเล่มนี้  The Complete Guide to Greeting Card Design and Illustration เล่มนี้เก่ามากแล้ว ซื้อมาเมื่อตอนอยากเรียนดีไซน์ใหม่ๆ แต่ก็ไม่ได้อ่านหรอก เปิดๆ ดูแล้ววางทิ้งไว้ในตู้ซะอย่างนั้น สมัยนั้นยังอ่านภาษาอังกฤษยาวๆ ไม่ทนเท่าไหร่ ได้แต่ดูรูป วันนี้งัดกลับมาอ่านใหม่ก็ดีใจที่ได้ซื้อเก็บไว้ :)

เนื้อหาของหนังสือก็ตามชื่อเรื่องเลย แนวทางการออกแบบการ์ดอวยพร มีการอธิบายอย่างละเอียดถึงการ์ดแต่ละประเภท พร้อมตัวอย่างงานการ์ด ซึ่งถึงแม้ดีไซน์จะดูล้าสมัยไปบ้าง (ก็พิมพ์มาตั้งแต่ปี 1994 นี่นา) แต่ก็มีจุดโดยรวมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานศิลปะปัจจุบัน ที่อ่านสนุกคือเขาจะมีแทรกความคิดเห็นของนักออกแบบการ์ดที่ทำงานในวงการนี้มานาน มีการบอกเคล็ดลับการเสนองาน การหาไอเดีย การจัดการกับชีวิตที่ต้องคิดหาไอเดียตลอดเวลา ไม่มีวันพัก (ทำงานด้านนี้เหมือนมันต้องคิดตลอดนะ เหมือนนักกีฬาที่ต้องซ้อมทุกวัน ถ้าอู้ ไม่ซ้อม ประสิทธิภาพในการเล่น(คิด)ก็จะถดถอย)

อ่านไปอ่านมาเจอหลายคำหลายประโยคที่ต้องจดไว้ เหมือนกลับไปเป็นนักเรียนอีก ต่างกันตรงว่าเนื้อหาที่เราอ่านเป็นเรื่องที่เราสนใจ ตื่นเต้นที่จะจด ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก เวลาที่บางทีจดไปคำหนึ่งก็เกิดไอเดียที่เกี่ยวข้องอื่นๆ สเก็ตช์ออกมาเป็นภาพได้ รู้สึกว่าการใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้(แทนที่จะไปวาดรูปหน้าคอม)ไม่สูญเปล่า มันก็เหมือนการทำงานอย่างหนึ่งล่ะนะ :)

อ่านไปได้เกือบครึ่งเล่มแล้ว คำที่ได้ยิน(อ่าน)ซ้ำๆ คือ การดึงดูดทางด้านอารมณ์ (emotional appeal) พูดง่ายๆ คือทำอย่างไรให้งานการ์ดดึงดูดทั้งคนส่งและคนรับ รูปและตัวหนังสือต้องมีลักษณะกระทบใจอะไรบางอย่างที่ทำให้คนอยากหยิบมาดูและซื้อ คิดดูแล้วก็เหมือนงานศิลปะทุกอย่าง เพราะตามความเห็นของเรา ศิลปะเล่นกับอารมณ์กับความคิดเห็นขอคนล้วนๆ เราไม่สามารถดึงให้คนทั้งโลกมาชอบงานเรา แต่เราน่าจะสามารถดึงให้คนบางกลุ่มมามีอารมณ์ร่วมกับเราได้

ว่าแต่จะทำยังไงก็เป็นเรื่องท้าทายไม่ใช่เล่น ('-')>  แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องพยายามเตือนตัวเองไม่ให้พยายามมากเกินไป บางทีการพยายามมากเกินไป ก็เท่ากับเราเริ่มไม่สนุก พอไม่สนุก คนดูก็ไม่สนุกกับเราหรอก :)

ตอนนี้กำลังวาดรูปชุดดอกไม้อยู่ เอามาจากสเก็ตช์ที่วาดๆ เก็บไว้นี่แหละ หลังๆ ไม่ค่อยได้ซื้อดอกไม้มาปักแจกัน เพราะมันเหี่ยวเร็ว อาศัยวาด แต่งแต้มเองบนกระดาษ ก็สดชื่นดีไปอีกแบบ :)

Sunday, April 14, 2013

วันหยุดสงกรานต์ แม่นก กับวันดีๆ

Lines, colors, shapes in nature

วันหยุดสงกรานต์ยังคงเป็นวันธรรมดาๆ ของเราอยู่ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้เล่นน้ำ แค่อยู่บ้านกลิ้งๆ เล่น สบายใจ :) ช่วงนี้ถนนในกรุงเทพฯ จะโล่งมาก ปกติขับรถจากบ้านไปหาแม่ใช้เวลาเกือบชั่วโมง วันนี้ 15 นาทีก็ถึง! รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของถนนกันเลยเชียว แต่พอเข้าซอยก็ต้องระวังหน่อย เพราะจะมีคนที่ไม่ได้ออกต่างจังหวัดมาตั้งถังน้ำสาดใส่รถเป็นระยะ :)

วันนี้กลับบ้านตั้งใจไปหาพ่อ ไม่ได้โผล่หน้าไปนานแล้ว จริงๆ ก็ไปบ้านทุกสัปดาห์น่ะแหละ แต่พ่อจะหยุดงานเฉพาะวันอาทิตย์ พ่ออายุแปดสิบแล้วยังแข็งแรงและต้องทำงานทุกวัน ไม่งั้นพ่อจะเบื่อ (ถ้าเป็นเราคงเกษียณตัวเอง นอนกลิ้ง อ่านหนังสืออยู่บ้านตั้งแต่ 60 :P)

พ่อยังนั่งอ่านหนังสืออยู่ระเบียงหน้าบ้านเหมือนเดิม พอเห็นหน้าก็ชี้ชวนให้ดูรังนกในต้นโมกใกล้ๆ แม่นกไม่อยู่ พ่อบอกให้ตั้งกล้องไว้ แล้วพ่อก็เขย่ากิ่ง ลูกนกตื่นแล้วรีบอ้าปากรอของกินทันที

little bird asking for meal

แต่เสียใจ รอแม่แกก่อนนะ :P ว่าแล้วก็เดินเล่นในสวนถ่ายรูปก๊อกแก๊กไปเรื่อย เดินย้อนกลับมาอีกที อ้าว แม่นกมาแล้วนี่

Bird in a bush

เป็นครั้งแรกที่ถ่ายรูปนกตอนมันอยู่นิ่งๆ ได้ ปกติจะกดชัตเตอร์ทีไร นกมันต้องบินหนีทุกที (อยากถ่ายรูปนกกางเขนมาก แต่ไม่มีโอกาส มันไวจริงๆ)

Bird in a bush

ตาโต สวยจังนะ แม่นกนี่เหมือนจะรู้ว่าเราถ่ายรูปอยู่ ตั้งท่านิ่งๆ ให้เราถ่ายใหญ่ แต่ท่าทางมันดูนิ่งและสง่ามาก ธรรมชาติสร้างมาให้เป็นอย่างนี้สินะ

ว่าแต่มันนกอะไรนี่ ('-')?

red flowers and the tree trunk

Tuesday, April 9, 2013

การ์ดอกไม้ vs หนูเมอรี่

MerryDay gift card set

งานการ์ดดอกไม้ที่เพิ่งทำเสร็จ จริงๆ ดอกไม้ชุดนี้วาดไว้นานแล้ว มีโอกาสได้ลงในหนังสือฝรั่ง  I ♥ Stationery book โดย Charlotte Rivers ด้วย! เป็นครั้งแรกที่ได้ลงหนังสือต่างชาติ ตื่นเต้นเหมือนกันนะ :D

Ilovestationery-merryday

เนื่องจากรูปดอกไม้นี่ เราวาดไว้นานแล้ว ระหว่างนั้นการวาดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนมาเป็นสไตล์วาดปัจจุบัน ถ้าเข้าไปดูรูปที่เพจ MerryDay จะเห็นว่าส่วนใหญ่ภาพที่วาดจะมีหน้ายิ้มๆ ของหนูเมอรี่อยู่ด้วยเกือบทุกรูป เหมือนเป็นโลโก้ เช่นรูปนี้ :

NB-dolphin02

ทีนี้ พองัดรูปดอกไม้นี่มาใช้อีก ก็เกิดสงสัยว่ามันเข้ากับสไตล์งานปัจจุบันไหม ส่วนหนึ่งก็คิดว่าน่าจะเข้า เวลาวาดอะไรถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง อึดอัด เราจะหยุด แต่สองรูปนี้เวลาทำก็ยังรู้สึกสนุกเท่าๆ กัน แต่อีกส่วนหนึ่งก็สงสัยว่าคนอื่นคิดยังไง ดอกไม้มันดูผู้ใหญ่ แล้วหนูเมอรี่มันเด็กกว่าไหม ผู้ใหญ่กับเด็กไปด้วยกันได้ไหม ทั้งสองแบบนี่ให้ความรู้สึกยิ้มๆ เหมือนกันไหม...

หรือจริงๆ เราคิดนู่นนี่นั่น เยอะ ของเราไปเอง (•_•)!



Monday, April 8, 2013

คนบ้าหนังสือ(สวย) : Painted Pages

Book Beauty Monday : Painted Pages

ปกติจะไม่ค่อยสนใจงานแนว mixed media สักเท่าไหร่ เล่มนี้บังเอิญเจอระหว่างดูชั้นหนังสือศิลปะเล่นๆ ลองเปิดดูข้างในแล้วก็ตกหลุมรักกันเลยทีเดียว :)

อย่างแรกที่ชอบคือการจัดวางเลย์เอาท์หนังสือ ปกติหนังสือพวกนี้ถ้าไม่มีพื้นหลังยุ่งๆ ก็มักจะเล่นกับฟอนท์ตัวหนังสือจนเกินพอดี แต่เล่มนี้จัดวางแต่ละหน้าได้จังหวะเหมาะสม การจัดหน้าโปร่ง อ่านสบาย รูปสีสวย ชอบหน้าเปิดบทที่จะวางรูปโคลสอัพเต็มสองหน้า ดูมีพลัง แถมมีรายละเอียดรูปที่ทำให้ต้องนั่งดูก่อนเปิดไปอ่านแต่ละบท

หนังสือเล่มนี้เป็นของศิลปินสื่อผสม(เขาเรียกอย่างนี้หรือเปล่าหนอ) Sarah Ahearn Bellemare ลองตามไปดูเวบไซต์กับบล๊อก แล้วก็รู้สึกว่า เออ หนังสือเขาสื่อบุคลิกเจ้าตัวออกมาได้เต็มๆ เลยนะ งานคุณคนนี้สวยมาก ได้กลิ่นอายของการย้อนวัยเด็ก อาจจะเป็นเพราะเราชอบภาพที่ใสๆ อารมณ์ดีด้วย

เนื้อหาข้างในก็น่าสนใจ มีทั้งการเล่าประสบการณ์ของตัวศิลปินเอง ขั้นตอนการทำงาน แนะนำเทคนิคงานสื่อผสม การคิดหาไอเดีย แทรกด้วยกิจกรรมทำเองง่ายๆ มีบทสัมภาษณ์ศิลปินคนอื่นด้วย อ่านเพลินและได้แรงบันดาลใจมาก

ที่สำคัญเล่มนี้พิมพ์สวย ใช้กระดาษด้าน (ความชอบส่วนตัว) สีรูปออกมาใส สวยมาก ^-^

Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages
Book Beauty Monday : Painted Pages

Friday, March 29, 2013

DIY project : ปกหุ้มหนังสือจากกล่องยาสีฟัน

diy making book jacket from toothpaste boxes01


ต่อเนื่องจากโพสต์ diy bookplate อาทิตย์ที่แล้ว อาทิตย์นี้ยังเหลืออีกเทปให้ดูกัน ทางรายการ เปิดโลก เปิดเล่ม ช่อง Thaipbs เวลา 10 โมง อาทิตย์ที่แล้วดูตัวเองแล้ว รู้สึกสงสารผู้ชมยิ่งนักต้องมาทนดูหน้าหลับๆ ของเรา ถึงเพื่อนๆ จะบอกว่าไม่เห็นหลับเลย แต่เราว่ามันคงชินกับหน้าง่วงตลอดเวลาของเราแล้วมากกว่า :P แต่เอาเถอะตัวเอกคือ diy ของที่เราทำ อาทิตย์นี้จะเป็นการทำปกหุ้มหนังสือจากกล่องยาสีฟันค่ะ

เป็นโรคเห็นกระดาษเหลือทิ้งแล้วมักจะเสียดาย คงเป็นเพราะงานที่ทำต้องใช้กระดาษเยอะ พอเหลือก็อยากให้มันคุ้ม กล่องยาสีฟันนี่พอจะทิ้งทีก็มักจะคิดว่ามันน่าจะเอามาทำอย่างอื่นได้บ้าง พอจะคิดออกได้ก็แค่ทำเป็นที่คั่นหนังสือ ลองแกะกล่องออกมาพลิกไปมาดู เออ ขนาดมันก็พอๆ กับหนังสือ กระดาษก็แข็งและเหนียวใช้ได้ น่าจะเอามาทำปกหุ้มหนังสือไหม ทีนี้ถ้าปกหนังสือสวยอยู่แล้ว หุ้มพลาสติกไม่ดีกว่าหรือ นั่นน่ะสิ แต่เราก็เลิกห่อปกพลาสติกไปนานแล้ว แล้วถ้าเป็นปกที่เราไม่ชอบ หรือปกหนังสือเก่าใกล้ขาดล่ะ อย่างหลังน่าจะได้ประโยชน์สุด :)

อุปกรณ์ที่ใช้ยังคงเป็นของที่หาได้ในบ้านเช่นเดิม กล่องยาสีฟันสองกล่อง ถุงกระดาษ กระดาษสวยๆ จากนิตยสารหรือกระดาษห่อของขวัญใช้แล้ว กาว กรรไกร ดินสอ ไม้บรรทัด มาลองทำดูดีกว่า


diy making book jacket from toothpaste boxes02


เริ่มแรก แกะกล่องยาสีฟันแบออก จะเห็นว่าพอตัดส่วนของตัวฝาออก ขนาดของตัวกล่องจะพอๆ กับหนังสือขนาดเล็ก  เราจะตัดขนาดกล่องให้ใหญ่กว่าหนังสือหรือก็คือไม่ต้องตัดนั่นแหละ ส่วนที่เกินออกมาจะเป็นตัวป้องกันขอบปกหนังสือเก่าที่เริ่มจะขาดแล้วตามรูป


diy making book jacket from toothpaste boxes03


จุดที่สำคัญของตัวกล่องคือมันจะมีรอยพับของมันอยู่แล้ว ลองวางหนังสือทาบดูแล้ววัดขนาดสันปกให้ใหญ่กว่าสันหนังสือเล็กน้อย


diy making book jacket from toothpaste boxes04


ตัดกล่องยาสีฟันออกสองกล่องแล้วทากาวติดตรงส่วนของสันปก ก็จะได้ตัวปกหน้่าหลัง


diy making book jacket from toothpaste boxes05


ขั้นต่อไป ตัดกระดาษจากถุงกระดาษ พลิกใช้ด้านในถุงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาลเรียบๆ ตัดให้ใหญ่กว่าปกที่เราทำไว้ประมาณ 1 ซม. โดยรอบ เพื่อจะได้พับขอบหุ้มเพื่อความเรียบร้อย และเป็นการป้องกันขอบของกระดาษกล่องอีกต่อหนึ่งด้วย


diy making book jacket from toothpaste boxes07


วิธีพับขอบมุม ตามรูป :)


diy making book jacket from toothpaste boxes08


จากนั้น หากระดาษสีสวยๆ ลายแปลกๆ มาติดทับด้านใน จะได้ไม่เห็นรอยพับของกระดาษกล่องยาสีฟัน เพิ่มความสวยงามและความเรียบร้อยไปในตัว


diy making book jacket from toothpaste boxes10


ต่อไปคือการทำตัวล็อคด้านในปก ไว้สำหรับยึดตัวหนังสือไม่ให้เลื่อนหลุด ง่ายๆ ใช้เศษกระดาษที่เหลือจากกล่องยาสีฟันนี่แหละมาแปะกระดาษสีสวยทับอีกที ทำสองอันไว้ติดทั้งด้านซ้ายและขวา


diy making book jacket from toothpaste boxes11


ติดแผ่นตัวล๊อคเข้ามาด้านในเล็กน้อย ใช้ตัวหนังสือลองทาบกะตำแหน่งดูก่อนก็ได้ วิธีติด แค่ทากาวติดตรงส่วนขอบบนและขอบล่าง เหลือส่วนกลางกระดาษให้สามารถสอดปกหนังสือเข้าไปได้


diy making book jacket from toothpaste boxes12


ลองสอดปกหนังสือดู ปกหลัง


diy making book jacket from toothpaste boxes13


ปกหน้า เรียบร้อย


diy making book jacket from toothpaste boxes14


ส่วนสุดท้ายคือการตกแต่ง ตัดกระดาษเหลือใช้จากถุงหรือหน้านิตยสาร  แต่งหน้าตาตามชอบ


diy making book jacket from toothpaste boxes15


ได้ปกหุ้มหนังสือเรียบร้อย!

ไอเดียนี้สามารถเอาไปปรับใช้ในการห่อหนังสือให้เพื่อนเป็นของขวัญ หรือจะไม่ใส่หนังสือ จะปรับไปใส่เอกสาร สมุดโน้ตก็ยังได้ โดยอาจจะเติมส่วนของหูหิ้วไปด้วย ตัวเชือกหูหิ้วก็ไม่ต้องไปหาที่ไหน ก็เอามาจากถุงกระดาษที่เราเพิ่งตัดไปนี่แหละ ใช้ให้คุ้ม!


diy making book jacket from toothpaste boxes16


ใช้ที่เจาะกระดาษเจาะปกทั้งหน้าหลังแล้วร้อยเชือก ได้หูหิ้วเรียบร้อย :D

ไอเดียสำหรับช่วง diy for reader ในรายการ เปิดโลก เปิดเล่มก็จะมีเท่านี้ แต่คิดว่าจะหาไอเดียทำของอย่างอื่นมาเขียนลงบล๊อกต่อ เพราะรู้สึกว่าการคิดงานที่นอกเหนือจากงานวาดสองมิติมันก็สนุกดี กระดาษที่เหลือในบ้านก็มีอยู่มากมาย คงทำอะไรได้เยอะ ที่สำคัญมันช่วยให้จินตนาการในการทำงานโปรเจคท์ส่วนตัวของเราเองไม่ติดขัด บางทีอาจจะเอาไปปรับใช้กับงานนี่ได้ด้วยซ้ำ :)


diy making book jacket from toothpaste boxes17


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...