Monday, January 30, 2017

สุขสันต์วันตรุษจีน

*Read this post in English here*

สวัสดีวันตรุษจีน 2560! 

จริงๆ ก็ผ่านมาสองวันแล้ว แต่ไหนๆ  ก็วาดรูปนี้ไว้เลยอยากจะพูดถึงเบื้องหลังสักนิด

ช่วงสัปดาห์เทศกาลวันตรุษจีนเป็นวันที่เราค่อนข้างยุ่ง เนื่องด้วยต้องทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถพาท่านแม่ไปจ่ายของ เตรียมของสำหรับวันไหว้ ไปสั่งซื้อไก่ต้ม ขนม ผลไม้ เอาของไปส่งบ้านญาติที่จะทำพิธีไหว้กัน ส่วนแม่ก็จะเตรียมต้มกระเพาะปลาสูตรเด็ดใครกินต้องชม แจกจ่ายตามบ้านญาติๆ ถึงจะไหว้กันแบบเล็กๆ แต่ก็เหนื่อยพอสมควร

และความที่ยุ่งนี่แหละที่ผ่านมาเลยไม่เคยวาดรูปเกี่ยวกับตรุษจีนเลย ปีนี้ตั้งใจวางแผนวาดก่อนเทศกาล นั่งดูกูเกิ้ลหาแรงบันดาลใจแล้วก็อยากวาดคนเยอะๆ สีสันเยอะๆ ให้เหมาะกับบรรยากาศเลยเลือกวาดเชิดสิงโต นั่งดูรูปอยู่นานจนในที่สุดก็ได้ร่างดินสอตามแบบของเราเอง

จากนั้นก็เอามาสแกนเข้าเครื่อง ลอกลายในโฟโต้ชอป สิ่งที่ยากคือการจัดการกับสี ทำยังไงให้ดูลงตัว ไม่ดูแดงจนเกินไป อยากได้ใสๆ ตามสไตล์หนูเมอรี่ เลยเน้นที่สีประจำคือชมพูกับเหลือง

จะเห็นว่าในรูปร่างดินสอไม่มีแป๊ะยิ้ม เราเพิ่งมาเติมเพราะแฟนทักว่าแป๊ะยิ้มหายไปไหน คือมัวแต่ตั้งใจวาดตัวสิงโต มาดูรูปอีกที อ้าว มันต้องมีแป๊ะยิ้มด้วยสินะ ตัวแป๊ะยิ้มนี่น่าจะมีที่มาที่ไปหลากหลาย ที่อ่านมาพอเข้าใจคือตำนานเล่าว่า แต่ก่อนสิงโตชอบทำตัวเกเร ทำเรื่องวุ่นวายไว้เยอะ แป๊ะยิ้มหรือในอีกชื่อคือ big head buddha เลยถูกเรียกให้ลงมาปราบสิงโต เลยเป็นที่มาของประเพณีเชิดสิงโต ก็ไม่แน่ใจว่าแท้จริงยังไงนะ
วาดรูปนี้สนุกดี ภูมิใจเล็กๆ ที่วาดรูปรายละเอียดเยอะๆ ได้สำเร็จ และจัดการกับสีได้อย่างที่ตั้งใจ

ขอตบท้ายด้วย คุณไก่ของปีไก่ ไก่เป็นตัวแทนของความขยันหมั่นเพียร ขอความขยันหมั่นเพียรจงอยู่กับเรา มุ่งมั่นพาตัวเองไปสู่เป้าหมายให้ได้เถอะ!

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ขอปีไก่นี้นำแต่ความสุขความเจริญมาให้นะคะ :)

Saturday, January 7, 2017

อ่านจบล่าสุด : Thimble Summer by Elizabeth Enright


ปลายปีที่แล้วบอกกับใครๆ ว่าปีนี้จะซื้อหนังสือน้อยลง อ่านกองดองให้มากขึ้น หลายคนแซวว่าจะไหวเหรอออออที่จะไม่ซื้อน่ะ เราก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน (อ้าว) แต่ก็คิดไว้ว่าจะพยายามอดใจไว้ไม่ซื้ออย่างน้อยสองสามเดือนแรก สิ่งที่ทำให้คิดว่าน่าจะทำได้คือบรรดาหนังสือในกองดองตั้งโตที่โชว์หราในห้อง ระยะหลังรู้สึกผิดอย่างแรงที่ปล่อยให้หนังสือแสนสวยโทรมไปก่อนจะทันได้อ่าน เลยตั้งใจว่าจะพยายามอ่านที่ดองๆ ไว้ให้เยอะที่สุดก่อน แล้วค่อยไปซื้อเล่มใหม่มาเพิ่ม

เล่มนี้อยู่ในกองดองมานานมาก จำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาตอนไหน เป็นเล่มที่อ่านจบแล้วคิดว่าเราต้องอ่านกองดองให้มากๆ ละ เผื่อว่าจะเจอเล่มที่อ่านแล้วรักเหมือนเล่มนี้อีก Thimble Summer จัดอยู่ในหนังสือเด็กแบบโบราณ(ก็เขาเขียนมาตั้งหลายสิบปีแล้วอ่ะนะ) คือเป็นเรื่องชีวิตประจำวันธรรมดา มี accident หรือเรื่องตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่หวือหวา ผจญภัย แบบเรื่องในปัจจุบัน จุดเด่นของเรื่องนี้คือคนเขียนสามารถเล่าเรื่อง+บรรยายรายละเอียดแบบง่ายๆ แต่อ่านแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศในเรื่อง คือเห็นภาพโดยไม่ต้องเวิ่นเว้อ รู้สึกถึงความร้อนอบอ้าว เหงื่อที่หยดไหล เม็ดทรายใต้ฝ่าเท้า กลิ่นดินหลังฝนตก และความคิดง่ายๆ ของตัวเอก คืออ่านแล้วรู้สึกว่ารักจัง อยากเป็นแบบตัวเอก หรืออยากมีเพื่อนแบบเธอไรงี้

เรื่องนี้อยากจะบวกดาวเพิ่มให้กับภาพประกอบด้วย เพิ่งรู้ว่าคนเขียนเป็นนักวาดภาพประกอบ และลายเส้นเรียบง่ายก็ช่างเสริมเสน่ห์ให้หนังสือเล่มนี้ให้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีก เป็นหนังสือ feel good ที่จะกลับมาอ่านอีกครั้งตอนแก่  

Friday, January 6, 2017

ถ้วยกาแฟใบโปรด

วันก่อนเผลอปัดถ้วยกาแฟใบโปรดตกแตก จริงๆ ในบ้านก็มีถ้วยใบอื่นใช้ได้ แต่มีถ้วยนี้ที่ชงกาแฟกินแล้วรู้สึกอร่อย อาจจะเป็นที่เนื้อเซรามิกกำลังพอดี ไม่หนาเกินไป ไม่บางเกินไป หรืออาจจะเป็นที่ขนาดถ้วยพอเหมาะ รินน้ำชงกาแฟดื่มได้รสเข้มข้นกำลังพอดี หรืออาจจะเป็นที่เราชินกับถ้วยใบนี้ ดื่มมันทุกวัน 

สรุปว่ารู้สึกแปลกๆ ที่ถ้วยใบโปรดแตกไป ก็เลยตั้งใจว่าจะไปลองหาถ้วยแบบเดิมมาแทน ปรากฎว่าก็เจอนะ แต่ ณ ขณะนั้นก็เกิดอาการอยากได้ถ้วยแบบใหม่ขึ้นมา ดูไปดูมาก็เลือกซื้อถ้วยสีขาว มีลายนิดหน่อยพอเก๋ๆ ขนาดใกล้เคียงใบที่ตั้งใจจะซื้อกลับบ้าน รุ่งขึ้นชงกาแฟกินก็ยังไม่อร่อยเท่า สรุป(อีกที)ว่ามันคงเป็นความเคยชินนั่นแล...

ปล. ตอนนี้ย้ายมาเขียนบล๊อกนี้ตามเดิม เพราะบล๊อกใน www.onmerryday.com โหลดภาพช้ามาก เขียนในนี้อัพง่ายกว่าเยอะ



Monday, February 10, 2014

คนบ้าหนังสือ(สวย) : Wow! Animals


Wow! Animals
Author : Emma Dods
Design and styling : Amy McSimpson
Jacket design : Mike Davis
Illustration : Marc Aspinall

เห็นเล่มนี้บนชั้นแนะนำหนังสือที่คิโนะคุนิยะ อิเซตัน มาสักพัก แต่ไม่ได้เปิดดูอาจจะเพราะปกไม่ดึงดูดเรา ณ ตอนนั้น แถมห่อพลาสติกอีกต่างหาก บางทีก็ขี้เกียจเดินไปให้เขาแกะให้ ผ่านมาสองสามอาทิตย์ หนังสือยังอยู่บนชั้น วันนั้นอยู่ในโหมดอยากซื้อหนังสือกลับบ้าน คืออะไรก็ได้ขอให้ติดมือมา (บ้าเข้าขั้น) เลยลองหยิบมาให้เขาแกะให้ดู เปิดมาหน้าแรกก็ซื้อเลย 

สิ่งแรกที่ทำให้คำว่า "ซื้อ!" เด้งเข้ามาในหัวคือ สี สีพื้นของแต่ละหน้าในหนังสือเล่มนี้ดูแปลกกว่าเล่มอื่นๆ จริงๆ มันก็คือสีทั่วไปนี่แหละ เหลือง ชมพู ฟ้า เขียว ฯลฯ แต่คนออกแบบ (หนังสือเล่มนี้มีทั้งคนวาดและคนดีไซน์การจัดวางหน้า) เลือกปรับโทนสีให้ดูไม่ธรรมดา มีฟ้าอมเขียว เหลืองอมส้ม ส้มอมน้ำตาล เขียวใส เขียวหม่น ฯลฯ ประกอบกับการวางให้หน้าคู่ใช้สีพื้นเดียวกันทำให้มีพื้นที่ของสีนั้นๆ เยอะ เลยดูเด่น

ส่วนที่สองที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจคือ การวางองค์ประกอบภาพแต่ละหน้า ตามปกติถ้ามีรูปสัตว์เราจะมีฉากป่าหรือสวนสัตว์ หรืออย่างน้อยก็ต้นไม้อยู่ในหัวควบคู่ไปด้วย แต่เล่มนี้คนออกแบบตั้งใจละไว้ในฐานที่เข้าใจ แล้วเน้นจุดสำคัญที่เหล่าสัตว์ทั้งหลาย เล็กบ้างใหญ่บ้าง กลับหัวบ้าง ออกไปนอกขอบบ้างและวางสัตว์แต่ละตัวให้มีปฏิสัมพันธ์กันแทน 

การวางตัวหนังสือก็มีส่วนสำคัญ เนื่องจากเนื้อหาแต่ละย่อหน้าเป็นคำบรรยายถึงลักษณะพิเศษของสัตว์แต่ละชนิด(เพิ่งรู้ว่านก hummingbird เป็นนกชนิดเดียวที่บินถอยหลังได้นะ) ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อเนื่องกัน คนออกแบบเลยเล่นกับพื้นที่ว่างได้เต็มที่ ตัวหนังสือเล็กใหญ่ โค้ง กระโดดไปกระโดดมายิ่งเสริมการเคลื่อนไหวของสัตว์ในภาพ ดูสนุก ^-^

สรุปว่า เป็นหนังสือที่เหมาะกับเด็กมากๆ เราแก่แล้วก็ยังหยิบมาเปิดดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ :D หลังปกบอกว่ามีหนังสืออีกเล่มในชุดคือ Wow! Human Body ไม่รู้จะทำได้ดีเหมือนเล่มนี้หรือเปล่านะ













  


Wednesday, August 7, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน : สรุปห้าสัปดาห์

MATS-5weeks-roundup

ว่าจะเขียนโพสต์นี้มาหลายวัน แต่ดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ อาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งใจวางแผนงานสำหรับ MerryDay อย่างจริงจัง ไม่รู้หรอกว่าการเขียน business plan มันเขียนยังไง แค่เขียนรายละเอียด ขั้นตอนที่คิดวาจะทำไว้อย่างละเอียดสุดๆ พอแจกแจงรายละเอียดได้เยอะก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชัดเจนขึ้น ไม่งงๆ มึนๆ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเหมือนเมื่อก่อน เขียนเสร็จก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มงานแบบจริงจัง แต่ก็ต้องรีบวิ่งไปโรงพยาบาลเพราะพ่อป่วย...

ชีวิตที่ผ่านมามีพ่อเป็นที่พึ่งตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เราอายุเยอะแล้ว และพ่อก็แก่มากแล้วด้วย เรากลายเป็นที่พึ่งสำหรับพ่อเวลาเจ็บป่วย รู้สึกกลัวและลังเลนิดๆ ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่จะมาเริ่มทำงานของตัวเองตอนนี้ แต่คิดดูอีกทีงานฟรีแลนซ์ที่ผ่านก็ไม่ต่างกับตอนนี้เท่าไหร่ ชีวิตนี้คงไม่สามารถกลับไปทำงานประจำได้อีก ถ้าจะทำขอทำงานประจำของตัวเองดีกว่า...

หลังๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยวอกแวก ไม่ค่อยลังเลอะไรเท่าไหร่ เพื่อนก็บอกว่าดูเรามั่นใจกว่าแต่ก่อน ทั้งที่ไม่มีอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตั้งใจทำจะได้เรื่องหรือล้มเหลว แต่นั่นแหละ ชีวิตมันสั้น อายุก็เยอะแล้ว ตั้งใจทำงานเดินหน้าไปดีกว่า

รูปข้างบนคือรวมงานการบ้านที่ทำในคลาส Make Art That Sells e-course ที่เพิ่งเรียนจบไป (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่) ใครที่พอจะคุ้นกับงานเราคงจะดูออกว่าสไตล์กับดีไซน์ยังคงความเป็น MerryDay อยู่ที่ดูต่างหน่อยก็น่าจะตรงที่มีรายละเอียดมากขึ้น ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น งานก่อนหน้านี้จะเป็นรูปที่วาดแบบโดดๆ ไม่มีฉากหรือแบ็คกราวนด์ ไม่มีตัวประกอบหรือเรื่องราว ซึ่งเป็นจุดที่เราคิดมานานแล้วว่าต้องพัฒนา

ตั้งแต่เริ่มเรียนมาก็มีคนถามตลอดว่าคิดอยังไงกับคลาสนี้ ซึ่งถ้าจะตอบคำถามนี้ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราคาดหวังอะไรกับชั้นเรียนนี้บ้าง ก็สรุปมาง่ายๆ ว่าก่อนจะเรียน เราคาดหวังว่า :

• เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ art business มากขึ้น

• เราจะรู้ว่าทำยังไงให้งานที่เราออกแบบไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้

• เราจะได้รู้จักคนเยอะขึ้น (และให้คนอื่นรู้จักงานเราเยอะขึ้น)

• ฝึมือในการวาดและออกแบบของเราจะพัฒนาขึ้น (เกี่ยวกับฉาก แบ็คกราวนด์ เรื่องราว ที่ว่ามาข้างต้นนั่นแหละ)

พอเรียนจบก็รู้สึกว่า :

• รู้เรื่องเกี่ยวกับ art business มากขึ้นนะ ว่าเขาทำอะไรยังไงกันบ้าง

• จุดที่ชอบในคอร์สนี้คือ เขาแยกแต่ละอาทิตย์ให้โฟกัสเรื่องเรื่องเดียวไปเลย อย่างอาทิตย์ที่เรียนเกี่ยวกับหนังสือเด็ก ก็จะสอนว่าหนังสือเด็กจะต้องเน้นอะไรบ้าง เรื่องราวหรือรูปวาดแบบไหนที่จะมีโอกาสได้ตีพิมพ์ พร้อมตัวอย่างงานสวยๆ จากศิลปินเก่งๆ

ปกติคนที่ยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนหรือมีเป้าความหลายเป้า(เช่นเราเอง) บางทีก็จะเกิดอาการงงตัวเองว่าตกลงฉันอยากทำอะไร การที่ได้ลองเรียนหัวข้อที่แตกต่างเป็นอาทิตย์ก็ช่วยให้เรามีสมาธิกับหัวข้อนั้นๆ พอเรียนจบเอามาเปรียบเทียบกันก็จะรู้ว่าเราถนัด ชอบ หรือควรจะมุ่งไปทางไหน สรุป คลาสนี้ก็เหมือนเป็นไกด์ให้เรานั่นแหละ

• ตั้งแต่เรียนมาก็มีคนมากดไลค์เพจ MerryDay มากขึ้น แต่เขาจะรู้้จักเรามากน้อยแค่ไหนไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ค้นพบว่าการแสดงความคิดเห็นในส่วนของเรา(ซึ่งแต่ก่อนไม่ค่อยกล้า)ก็ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้ฝึกภาษาอังกฤษอีกต่างหาก :)

• คิดว่าฝีมือการออกแบบ+วาดพัฒนาขึ้นนะ ไม่ถึงขนาดมีเทคนิคพิเศษเพิ่ม แต่รู้สึกว่าตัวเองวาด+คิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้น ก็สมกับที่ตั้งใจไว้

ยังมีอีกคำถามที่ถามมามากคือ คิดว่าคอร์สนี้คุ้มกับเงินที่เสียไปไหม ตอนสั้นๆ ว่าคุ้ม แต่เพราะอะไร ขอเขียนเป็นโพสต์หน้าละกัน :)


Saturday, July 27, 2013

Sunday Sketch กับงานวาดนก

BIRD-july28

สวัสดีวันอาทิตย์ วันนี้ฟ้าหม่นเหมือนเดิม แต่ที่สามารถตื่นเช้าได้ เพราะพอคิดว่าจะมาวาดรูปต่อมันก็รู้สึกสนุกแล้ว ติดอยู่นิดนึงตรงที่ว่างานดูเหมือนจะเดินช้าเหลือเกิน -__-' ทั้งที่ตั้งใจคิด+วาดทุกวัน แต่ก็ยังไม่ทันใจนะ

Sunday sketch วันนี้เป็นสเก็ตช์รูปนกที่วาดมาหลายวัน ธีีมคือ 'secret garden' ที่คิดมานานแล้ว วาดไม่เสร็จซะที(เฮ้อ) คราวนี้พยายามโฟกัสกับการวาดด้วยการตั้ง keywords เป็นแนวทาง นั่นก็คือ ดอกไม้ ผลไม้ นก หนูเมอรี่ และที่เพิ่มเข้าไปคือ การขอบคุณ (grateful)

ไอเดียขอบคุณนี่มาจากสเตตัสของเพื่อนในเฟสบุ้คที่พูดถึงคุณสามีที่กลับมาบ้านจะเขียนบันทึกสามสิ่งที่รู้สึกขอบคุณในวันนั้นๆ เรื่องการรู้สึกขอบคุณ หรือ I feel grateful for นี่ จะเป็นเรื่องที่อ่านเจอเรื่อยๆ ตามบล๊อกของชาวฝรั่งทั้งหลาย เป็นเรื่องที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ก็ไม่ธรรมดาอีกเหมือนกัน เพราะดูเหมือนเขาจะคอยเขียนเตือนตัวเองกันเป็นระยะๆ :) คงเป็นเรื่องปกติของชาวโลกที่มักจะชอบคิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่เกิดในแต่ละวันมากกว่าจะรู้สึกถึงสิ่งดีๆ ที่มีอยู่แล้วในชีวิต เลยต้องคอยเตือนตัวเองตลอดๆ ก็แปลกดีเหมือนกัน

ล่าสุดเพิ่งได้ feedback มาจากคนซื้อชุดกระดาษจดหมายจาก MerryDay ของเรา เธอบอกว่าตื่นเต้นที่จะใช้กระดาษเราเขียนจดหมายถึงเพื่อน เป็นคำพูดง่ายๆ ที่จริงๆ เธออาจจะเขียนไปอย่างนั้นก็ได้ แต่อ่านแล้วก็รู้สึกดีใจเล็กๆ เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยเขียนจดหมายกันแล้ว แต่ก็คิดว่าจะเป็นสิ่งที่หายไปจากโลกนี้ยาก หลายคนเริ่มมึนงงกับความรวดเร็วทันสมัย จดหมายอีเมล์ที่ดูแข็งๆ ยังไงก็ไม่เท่าลายมือสวยๆ หรือบางทีก็ไก่เขี่ยให้เราแกะลายแทงเล่น การโต้ตอบฉับไวผ่านโลกออนไลน์มีประโยชน์หลายอย่าง แต่ถ้ามากไปก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน...

ยังคงพยายามวาด 365 days I draw  และยังมีเรื่องหนูเมอรี่ไปโรงเรียนอีกสองตอนที่ยังอยากเล่า คงต้องค่อยๆ เขียนไป

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ขอให้เป็นวันดีๆ จ้ะ :)

learn-july2013

Wednesday, July 24, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 6 : Gift

สัปดาห์สุดท้ายของ  Make Art That Sells Class อาทิตย์นี้เรียนเกี่ยวกับ งานของขวัญ (gift) จริงๆ แล้วเป็นหัวข้อที่เราตื่นเต้นน้อยที่สุดถ้าเทียบกับหัวข้ออื่นๆ แต่ปรากฎว่าเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับงานของ MerryDay โดยตรงเลยทีเดียว

ตอนนี้ MerryDay ยังอยู่ในขั้นเตาะแตะมากๆ ของที่ทำขายก็เป็นงานการ์ด งานชุดเครื่องเขียน ที่เราวาด ออกแบบ พิมพ์เอง ยังไม่อยากลงทุนทำของออกมาเยอะ เพราะเคยทำแล้วมีปัญหาเรื่องกระจายของกับเก็บสต็อค คราวนี้เลยขอเริ่มแบบเล็กๆ ก่อน แต่ก็ยังอนุญาตให้ตัวเองฝันว่าสักวันจะมีของขายแบบครบชุด ทั้งแก้วกาแฟ กระเป๋า ของจุ๊กจิ๊กทั้งหลาย ซึ่งก็คือหัวข้อในอาทิตย์นี้นี่แหละ

อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ทำ pattern ออกแบบลายจาน หนังสือเด็ก และ wall art คราวนี้จะเป็นการออกแบบกระเป๋าใส่ของแบบมีซิป :) เหมือนทุกครั้งเราเริ่มด้วย mini exercise คราวนี้เราต้องหาของสะสมมาวาด หลายคนพอพูดถึงของสะสมก็จะตื่นเต้น ถ่ายรูปของที่มีมาโชว์กันใหญ่ มีทั้งเศษผ้า ไหมพรม ตุ๊กตาตัวน้อย กระดุม สมุด หนังสือภาพ เครื่องมือวาดรูป หินสีสวย บางคนมีกันเป็นกล่องๆ เลยทีเดียว เราเองไม่ได้เป็นคนสะสมของแบบจริงจัง มีบ้างก็พวกโปสการ์ด งานพิมพ์สวยๆ ที่เก็บเยอะหน่อย ถ้าจะซื้อสะสมจริงจังช่วงหลังๆ ก็น่าจะเป็นหนังสือภาพเด็ก ซึ่งคงไม่เวิร์คสำหรับงานนี้ ประกอบกับเพิ่งแต่งงานย้ายออกมาอยู่คอนโดซึ่งไม่ค่อยมีพื้นที่ไว้เก็บสมบัติบ้าเท่าไหร่ เลยหาของมาได้น้อยเท่าที่มีนี่แหละ

my little things

my little things

my little things

เหตุผลที่เราต้องหาของมาเยอะๆ เพราะการบ้านที่ทำจะเป็นการออกแบบกระเป๋าแบบ hyper-lush เพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก สรุปย่อๆ ก็คือเป็นงานสไตล์เยอะ เน้นดอกไม้ใหญ่เล็กซ้อนทับกัน สีสันจัดจ้าน นัยว่าเป็นสไตล์ที่ตอนนี้เขาฮิตกันในวงการแฟชั่น ดูตัวอย่างรูปได้ที่นี่

ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองคงทำงานสไตล์นี้ไม่ได้ เพราะถนัดทำงานเรียบ สีน้อยหน่อย เวลาทำงานที่มีองค์ประกอบเยอะๆ ยุ่งๆ หรือสีมาก เป็นต้องเละทุกที แต่ยังไงลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร ตอนแรกลองทำ photo collage ดู ปรากฎว่าล่ม ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำเลย เลยหันมาสเก็ตช์งานตามสไตล์เราเอง แบบก็เอามาจากของจุ๊กจิ๊กที่เราเก็บๆ มานี่แหละ


gift-sketch

จากนั้นก็ลองนึกภาพ ร่างองค์ประกอบออกมาในรูปแบบกระเป๋า ก็ได้ออกมาประมาณนี้

giftsketch
พอมีภาพร่างแบบชัดๆ แบบนี้เวลาเอาไปวาดในคอมก็ไม่ยากมากแล้ว เพียงแต่ต้องดูบางส่วน ตัดบางส่วนเติมบางส่วนให้ลงตัวขึ้น ค่อยๆ ทำ สลับชิ้นงานไปมาในที่สุดก็ได้อย่างที่ชอบ

pavinee_s_merrydaypouch_1a_week5.jpg

งานนี้รู้สึกชอบสีเป็นพิเศษ สีมิ้นต์ได้มาจากตอนเห็นรถมินิคูเปอร์สีนี้ขับผ่าน เห็นแล้วก็อยากทำกระเป๋าสีนี้ทันที จากนั้นก็คิดว่าสีไหนน่าจะเหมาะต่อ ก็ได้ magenta บานเย็น กับ taupe ออกน้ำตาลมา งานนี้ยังคงเป็นสไตล์เราอยู่ ดูไม่เยอะถ้าเทียบกับงานคนอื่น แต่ก็ถือว่าเยอะพอดูถ้าเทียบกับที่เคยทำมา

สิ่งที่สนุกขึ้นไปอีก คือการลองเอารูปเดียวกันนี่แหละมาแยกส่วนแล้ววางให้ลงตัวกับของแบบอื่น อย่างเคสไอโฟน กระเป๋าเล็ก ตามที่เห็น สรุปว่าต่อไปจะวาดอะไรก็ควรเผื่อแแบบให้สามารถแยกส่วนเอาไปทำนู่นนีนั่นได้ง่ายๆ สินะ

คอร์สเรียน Make Art That Sells จบแล้ว แต่นี่แค่ part A ยังเหลือ Part B ที่จะเปิดอีกทีเดือนตุลา ระหว่างนี้ก็วางแผนไว้ว่าจะต้องทำงานของ MerryDay ให้เยอะที่สุด

มีคนถามหลายคนว่าลงเรียนคอร์สนี้คุ้มไหม ส่วนตัวคิดว่าคุ้ม แต่จะคุ้มยังไงเดี๋ยวมาเขียนสรุปอีกทีดีกว่า :)


Thursday, July 11, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 5 : wall art

ชั้นเรียน Make Art That Sells จบไปเรียบร้อย แต่ยังมีหลายสิ่งที่ยังดำเนินต่อ ทั้งเพื่อนในชั้นเรียนที่ยังคุยกันต่อใน facebook group ซึ่งเปิดเป็นการถาวร และการแข่งขันหาศิลปินเข้าสังกัด Lilla Rogers Studio เดี๋ยวเราจะค่อยๆ เก็บรายละเอียดบันทึกไปเรื่อยๆ แต่ก่อนอื่นขอเขียนถึงการบ้านอีกสองชิ้นที่ยังไม่ได้พูดถึง :)

อาทิตย์ที่สี่ของคลาสเราเรียนเกี่ยวกับ wall art พูดง่ายๆ คือภาพประดับผนังตกแต่งบ้านนี่แหละ งานนี้สรุปสั้นๆ ก็คือจะต้องเป็นงานที่เด่นและมีรายละเอียดที่ชวนมองตลอดเวลา ดูแล้วไม่เบื่อง่ายๆ เพราะเป็นงานที่จะแขวนประดับอยู่เป็นเวลานาน งานเป็นได้หลากหลายสไตล์ทั้งภาพเหมือนจริง ภาพถ่าย ภาพ collage ภาพสำหรับห้องเด็กเช่น alphabet  ส่วนที่กำลังฮิตขณะนี้คือภาพแนว abstract

การบ้านของอาทิตย์เริ่มด้วย mini exercise หาของที่มีสีตามสีของราศีเกิด ราศีเราคือกรกฎ cancer สีที่เขาว่าคือ ชมพู เหลือง ซึ่งเป็นคู่สีที่เราชอบพอดี รู้สึกว่าเป็นสีของ MerryDay มากๆ :D

MATS Week 4 wall art process

เช่นเคย ทุกอาทิตย์ครูจะพยายามเชียร์ให้นักเรียนทำงานที่แตกต่างจากที่เคยทำ ลองอุปกรณ์หรือสื่อใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น อย่างเราถนัดวาดรูปในคอมฯ ก็พยายามหันมาวาดระบายสีน้ำ สีอะครีลิค คือเน้นให้คิดหาไอเดียก่อนจะอาศัยเทคโนโลยี...

MATS Week 4 wall art process

มาถึงการบ้านหลักนั่นก็คือ วาดภาพ wall art สไตล์ collage เน้น abstract โดยให้มีส่วนประกอบที่เป็นดอกไม้ จะให้เป็นองค์ประกอบหลักหรือให้เป็นแค่ตัวประกอบก็ได้แล้วแต่ จะวาดในโปรแกรมก็ได้ หรือจะละเลงบนผ้าใบก็ตามแต่ใจ เราเลือกทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ระบายบนผ้าใบด้วยสีอะครีลิค...

ตอนแรกก็เกร็งเล็กน้อยเพราะไม่มีปุ่ม delete หรือ command+Z ให้กด ผิดแล้วผิดเลยว่างั้น ที่เลือกใช้สีอะครีลิคเพราะเป็นสีที่ระบายทับได้ อย่างรูปข้างล่างนี่ ตอนแรกวาดไปแล้วเต็มเฟรมแต่เกิดไม่ชอบ เลยระบายขาวทับใหม่ ถ้าใช้สีน้ำคงต้องขึ้นกระดาษใหม่กันเลย เพราะไม่รู้จะแก้ยังไง :P

MATS Week 4 wall art process

ทีนี้มาถึงขั้นตอนของการ collage ปะติดชึ่งก็ไม่ถนัดอีก ไม่รู้จะเอาอะไรมาติด ติดตรงไหนถึงจะสวย ติดไปแล้วก็คงแก้ยากด้วย สุดท้ายก็ติดแต่น้อย ติดแค่เศษกระดาษห่อของขวัญ กับกระดาษชงกาแฟ (สีน้ำตาลอ่อนที่ทำเป็นดอกไม้) ชอบกระดาษชงกาแฟนี่ สีสวยเนื้อสัมผัสพอน่ารัก ถึงจะวาดรายละเอียดไม่ได้มากเพราะหมึกมันซึม แต่ก็พอสนุกอยู่เหมือนกัน :)

MATS Week 4 wall art process

MATS Week 4 wall art process

ตอนแรกชอบรายละเอียดของตัวดอกไม้มาก แต่พอลองเอาไปแขวนบนผนังก็รู้เลยว่าไม่เวิร์ค รายละเอียดเล็กไป ภาพโดยรวมดูกระจัดกระจายไม่เด่น เลยตัดใจตัดกระดาษแปะทับแล้วระบายสีเหลืองใหม่ ให้สีเป็นกลุ่มก้อน เพิ่มรายละเอียดสีดำ คราวนี้ดูไกลๆ ค่อยเด่นเด้งขึ้นมาหน่อย จากนั้นก็เติมรายละเอียดอีกเล็กน้อยจนถึงจุดที่คิดว่า พอละ เติมมากเดี๋ยวเละ :P

MATS Week 4 wall art process
พูดกันตามจริง ไม่คิดว่างานชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ดีหรือตอบโจทย์ที่เขาตั้งมา มีอีกหลายจุดที่เราต้องพัฒนา แต่อย่างน้อยก็รู้สึกสนุกเวลาทำ เรียนรู้มากขึ้น มีสมาธิมากขึ้น ที่สำคัญมีความรู้สึกว่ามันยังมีึความเป็น MerryDay อยู่ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายของการเรียนคอร์สนี้นะ คืออยากเอาความรู้มาทำ MerryDay ให้ดีขึ้น :)

MATS Week 4 wall art process

พอส่งการบ้านดอกไม้ข้างบนไปเรียบร้อยก็รู้สึกติดใจสีอะครีลิคกับการตัดแปะ เลยลองทำเล่นอีกหนึ่งชิ้น  คราวนี้ไม่เครียดเพราะไม่ใช่การบ้าน ลองสเก็ตช์คร่าวๆ ข้างบนแล้วมาวาดจริงใหม่อีกทีบนกระดาษสีน้ำ ทำเพลินและสนุกเลยเชียว รู้สึกชอบมากกว่าดอกไม้ข้างบนด้วยซ้ำ รู้สึกว่าภาพนี้มีความเป็นเรากว่า :)

MATS Week 4 wall art process

พอทำภาพนี้เสร็จก็อยากลองสีอะครีลิคให้มากขึ้น แอบสงสัยว่าถ้าเราเอาอะครีลิคมาผสมกับงานวาดในโปรแกรมกับงานตัดแปะมันจะออกมาเป็นยังไง คงต้องลองดูสินะ :)

ยังเหลือการบ้านอาทิตย์สุดท้ายที่ต้องพูดถึง จริงๆ การเขียนบล๊อกนี่ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ แต่เรารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องบันทึกไว้ ใช้เวลาหน่อย แต่ภายหน้าก็อาจจะเป็นประโยชน์เวลากลับมาอ่าน :)


Monday, June 24, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 4 : ภาพประกอบหนังสือเด็ก

pavinee_s_snailrosetree_1a_week3.jpg

ตอนนี้เราเข้ามาถึงสัปดาห์ที่สามของการเรียนออนไลน์วิชา Make Art That Sells แล้ว :D คอร์สนี้เรียนทั้งหมดห้าอาทิตย์ เท่ากับเดินมาครึ่งทางเรียบร้อย หลายคนในคลาสเริ่มบ่นกันว่าเดี๋ยวคลาสจะจบแล้ว จะทำยังไงกัน อย่างที่บอกว่าคลาสนี้สนุกตรงที่เราได้แชร์+คุยกันใน facebook และดูเหมือนทุกคนรวมทั้งเราเองด้วยจะเริ่มติดกลุ่มนี้อย่างแรง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือคอร์สนี้ออกแบบการสอนที่ทำให้เรากระตือรือร้นและมีสมาธิในการทำงาน นั่นคือ แต่ละอาทิตย์จะมีหัวข้อไม่ซ้ำ โดยจะเริ่มให้การบ้านแบบมินิตั้งแต่วันจันทร์ เป็นการปูทางสำหรับการบ้านหลักที่จะให้ในวันพุธ การบ้านมินิหลักๆ จะเน้นการสเก็ตช์ เช่นที่ผ่านมาก็ให้สเก็ตช์ดอกไม้ โดยยังไม่บอกหรอกว่าจะให้ทำอะไรต่อจากนั้น เป็นการขีดเส้นไม่ให้เรากระโดดข้ามชอตเพราะการสเก็ตช์รวบรวมไอเดียนี่แหละเป็นขั้นตอนสำคัญของงานออกแบบ พอถึงวันพุธเขาถึงจะให้การบ้านหลักมา มีเวลาทำไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ ตารางเวลาแบบนี้จะแน่นมากๆ สำหรับคนที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยหรือดูลูกไปด้วย แต่ก็เป็นการฝึกอย่างดี เพราะในความเป็นจริงเวลาทำงานมันก็มีเวลาให้น้อยอย่างนี้แหละ

เราชอบการกำหนดเวลาแบบนี้มาก รู้สึกว่าตัวเองมีสมาธิมากขึ้น จัดเวลาดีขึ้น กำลังคิดว่าถ้าเอาไปปรับใช้กับงานตัวเองแล้วทำให้เป็นนิสัยคงจะดีไม่น้อย :)

มาพูดถึงการบ้านอาทิตย์ที่สามนี้กัน อาทิตย์นี้คือหัวข้อ หนังสือภาพเด็ก เป็นหัวข้อที่เราตื่นเต้นมากเพราะชอบดูหนังสือสวยๆ หลังๆ ยิ่งบ้าหนังสือภาพเด็กเริ่มซื้อเก็บสะสม มีเยอะขนาดตั้งเพจ คนบ้าหนังสือ(สวย) ได้นั่นแหละ :P

ครูเริ่มการสอนด้วยการยกตัวอย่างหนังสือภาพเด่นๆ มีเอกลักษณ์ แล้วอธิบายว่าทำไมแต่ละเล่มถึงดึงดูดคนอ่าน อย่างแรกเลยคือคุณต้องมีตัวละครที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ ต้องสามารถวาดสื่อท่าทาง อารมณ์ความรู้สึกได้ และต้องสร้างโลกที่น่าตื่นเต้นชวนให้คนอ่านอยากเข้าไป

ทีนี้ก็มาถึงการบ้านมินิในวันจันทร์ ตอนแรกเราเดาเอาว่าน่าจะให้วาดสัตว์ต่างๆ แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะให้วาดหอยทาก แต่ก็น่าสนใจนะ ดูมันแปลกดี :)

ladysnailouting

คงเป็นเพราะเราเรียนหัวข้อหนังสือเด็ก หลายคนก็เลยวาดหอยทากออกมาแนวน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่พอวันพุธมาถึงครูบอกการบ้านหลักที่จะต้องทำก็เล่นเอาหลายคนรวมทั้งเราด้วยหงายหลังไปเหมือนกัน การบ้านที่ว่าคือการออกแบบปกหรือหน้าในประกอบนิทานของ Hans Christian Andersen เรื่อง The Snail and the Rose Tree. ซึ่งเรื่องนี้เราอ่านตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจนะ เพราะเรื่องออกแนวนามธรรม หอยทากที่คิดว่าจะน่ารักก็กลายเป็นหอยทากแบบดาร์คๆ มองโลกในแง่ร้ายไปซะงั้น ต้องตั้งสติแล้วค่อยอ่านใหม่ถึงจะพอเข้าใจว่าเขาจะสื่อถึงอะไร โชคดีที่เขาให้เราวาดตามที่เราตีความเองได้ เราเลยเน้นไปที่ความสุขสดใสของต้นกุหลาบแทน

rosesketch

การบ้านชิ้นนี้ค่อนข้างยาก เพราะเราไม่ถนัดวาดภาพที่มีตัวละคร ฉากประกอบ รายละเอียดเยอะๆ จริงๆ ถ้าเลือกทำปกก็อาจจะง่ายหน่อย เพราะทำงานมาด้านนี้อยู่แล้ว ถึงจะไม่เคยทำปกหนังสือเด็กก็เถอะ จำได้ว่าเคยคุยกับเพื่อนที่เป็นนักวาดหนังสือเด็กว่าอยากหัดวาดฉาก รายละเอียดเยอะๆ เราเลยเลือกทำหน้าใน ซึ่งยากมาก ยิ่งดูงานคนอื่นๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่า เฮ้ย เราจะทำได้หรือเปล่า แต่ก็กัดฟัน ฮึด ทำจนเสร็จ :D กดดู รูปแรกบนสุด เพื่อดูรายละเอียดจ้ะ

maewsnail

บทเรียนอาทิตย์นี้สอนให้รู้ว่า

• อย่าเปรียบเทียบงานตัวเองกับคนอื่น แต่ละคนมีความสามารถ ปัจจัยต่างๆ ไม่เหมือนกัน ใช้เวลามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองจะดีกว่า

• อดทนอึดกับงานที่ทำ ตอนแรกคิดว่าสเก็ตช์ต้นไม้ข้างบนนี่คงไม่รอด เพราะพอลองวาดในคอมลงสีก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ ไม่ใช่อย่างที่เราอยากได้ เกือบจะหาไอเดียใหม่ แต่ลึกๆ ในใจก็รู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ ก็เลยลองอดทน วาดเติมนั่นนี่จนเสร็จ มันเป็นเรื่องของการอดทนพยายามต่อเติมจนสำเร็จจริงๆ นะ


WIP-sunzoom

คิดว่าถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็อาจจะทำได้ดีกว่านี้ แต่แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว เพราะได้หัดทำในสิ่งที่ไม่ถนัด และทำสำเร็จไม่ท้อไปเสียก่อน :)

อาทิตย์นี้หัวข้อใหม่คือ Wall Art การบ้านมินิคือให้หาของตามสีของราศีเกิด เรากรกฎ สีชมพูเหลือง น่าสนุกดีนะ :)

Monday, June 17, 2013

หนูเมอรี่ไปโรงเรียน 3 Home Decor ออกแบบลายจาน

pavinee_s_secretgarden_1a_week2.jpg
ตั้งใจว่าจะแปะสเก็ตช์ภาพการบ้านสัปดาห์ที่สองของคอร์ส Make Art That Sells ก่อนแล้วค่อยมาเขียนแปะงาน final อีกที แต่ปรากฎว่าเราอินกับงานนี้มาก อาทิตย์ที่แล้วใช้เวลาไปกับการคิดและทำการบ้านอย่างเดียวเลย :)

หัวข้อที่เรียนในสัปดาห์ที่สองนี่คือ home decor ครูเอาตัวอย่างงานสวยๆ ที่ขายในร้านขายของตกแต่งบ้านสวยๆ มาให้ดู ดูแล้วตื่นเต้นมาก ทำให้รู้ว่ารูปวาดชุดนึง ถ้ามีรายละเอียดที่น่าสนใจมากพอ ก็สามารถจะแยกส่วนประกอบไปสร้างงานชิ้นที่แตกต่างกันได้ งานของคนที่ถูกยกเอามาเป็นตัวอย่างประกอบมากที่สุดคืองานของ Suzy Ultman งานของเธอคนนี้ชิ้นนึงสามารถแยกร่างเอาไปทำขวดใส่สบู่ ผ้าม่าน ตุ๊กตา กระดาษโน้ต ผ้าเช็ดเท้า อื่นๆ อีกมากมาย โดยไม่รู้สึกว่าเป็นของซ้ำๆ ดูแล้วรู้สึกทึ่งเล็กๆ แล้วเริ่มฝันอยากทำงานแบบนี้บ้าง :)

แต่ถ้ามัวแต่ฝัน แต่ไม่ทำมันก็เหมือนเสียเวลาฝัน สิ่งสำคัญที่ครูย้ำทุกบทเรียนคือ คุณต้องวาดเยอะๆ วาดๆๆๆ และพยายามพัฒนาความคิด มุมมอง หาสไตล์งาน ความเป็นตัวของตัวเองให้ได้ แล้วโอกาสมันจะมาหาเราง่ายขึ้น...

อาทิตย์แรกว่าวาดเยอะแล้ว อาทิตย์นี้เหมือนใช้เวลาทำการบ้านนี้อย่างเดียวเลย สิ่งที่แตกต่างคือพยายามวาดด้วยสีที่ไม่ถนัด เรามีพื้นฐานมาทาง graphic design ซึ่งทำงานบนจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ส่วนใหญ่ก็จะคิดงานแบบคร่าวๆ ด้วยดินสอแล้วไปลงสีในคอมฯ แต่คราวนี้พยายามคิดงานด้วยการวาดมือด้วยดินสอก่อน

flowers pencil sketches

แล้วมาลองสีอะครีลิค ที่วาดตอนแรกรู้สึกอึดอัดขัดใจมาก เพราะเราไม่ถนัดผสมสี รู้สึกว่ามันยุ่งยาก ในรูปนี่ถึงเห็นแค่ไม่กี่สี

homework sketch with acrylic

แต่พอเอาไปแปะใน facebook group ของชั้นเรียน ก็มีคนมาให้กำลังใจหลายคน นักเรียนส่วนใหญ่ในคลาสจะค่อนข้างถนัดงานวาดสีน้ำกัน เราก็เลยฮึดกลับมาลองใหม่ ไม่ตรงไปนั่งหน้าคอมแล้ววาดเลยเหมือนแต่ก่อน คราวนี้ลองสีน้ำบ้าง...

homework sketch

คราวนี้ตั้งใจลองสีแบบจริงจัง ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดอินเตอร์เนท facebook ทุกอย่างแล้วอยู่กับงานตรงหน้าจริงๆ


homework sketch

สุดท้ายได้สีและรูปร่างที่ชอบแล้วเริ่มคิดว่าจะเอาสีน้ำที่ชอบนี้ไปแต่งเติมในคอมฯ ให้เป็นลายจานยังไง

Secret garden plate deign development

เนื่องจากฝีมือวาดสีน้ำเรายังไม่เข้าขั้น เลยใช้วิธีที่ถนัดกว่าด้วยการวาดในคอมฯ นี่แหละ แต่ใช้ไอเดีย รูปร่าง สีที่ได้จากการสเก็ตช์สีน้ำมาสร้างในโปรแกรม Illustrator โดยใส่ effect ให้ดูเหมือนวาดมือ ระบายมือเล็กๆ จะได้ไม่ดูแข็งจนเกินไป แบบทางด้านซ้ายมือของรูปข้างบนคือแบบแรก กดที่รูปจะเห็นรายละเอียดว่ากลุ่มดอกไม้ในแบบซ้ายจะดูแน่นๆ อึดอัด แถมหนักไปทางซ้าย เลยขยับตัวดอกไม้แต่ละตัวออกให้มีช่องว่างให้หายใจบ้าง แล้วเปลี่ยนขอบจานใหม่เป็นแบบขวา


secret garden plate design detail


จากนั้นก็เติมเรื่องราวเพิ่มให้ดูน่าสนใจไม่ใช่มีแต่ดอกไม้ ด้วยกระต่าย เราชอบใบไม้สีฟ้าเข้มกับสตรอเบอรี่สีส้มนี่มาก ไม่อยากเปลี่ยน เลยพยายามทำสีกระต่ายให้ดูเข้ากับสองสีนี้ จุดที่ยากคือต้องไม่ให้กระต่ายดูเด้งจนเกินไป อยากให้มันอยู่ในบรรยากาศแบบหลบๆ ใต้ต้นไม้นี่แหละ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้มันจมไปกับเหล่าดอกไม้เกินไป เดี๋ยวหาไม่เจอ การปรับสีกระต่ายนี่เลยใช้เวลาพอสมควร


secret garden plate design detail


ขั้นสุดท้ายคือเติม นก แมลงปอ ตกแต่งขอบจานเล็กน้อย (ดูรูปแรก)


secret garden plate design detail


จริงๆ งานออกมาไม่ค่อยเหมือนอย่างที่คิดไว้ในหัวสักเท่าไหร่ ตอนแรกอยากทำแบบโมเดิร์นกว่านี้ และเกือบจะส่งไปตั้งแต่แบบแรกที่ไม่มีเหล่าสัตว์ทั้งหลายแล้ว เพราะวาดแค่ดอกไม้ก็ใช้พลังงานไปเยอะพอสมควร เหนื่อย... แต่พอดูงานของคนอื่นใน facebook group ก็ฮึดขึ้นมา เขาทำกันสวยๆ เราดูงานตัวเองมันยังปรับให้สวยได้อีก เลยอึดอดทนนั่งทำต่อจนได้แบบนี้แหละ :)

สิ่งที่เรียนรู้มาจากชั้นเรียน :

• วาดมือ ลงสีด้วยมือก่อน จะมีโอกาสหารูปร่าง สีที่ถูกใจเร็วกว่าไปเปลี่ยนสีในโปรแกรม

• วาดรายละเอียดเยอะๆ รายละเอียดนี่แหละจะทำให้ภาพมีมิติน่าสนใจขึ้น

• ถึงจะออกแบบแค่ลายจาน ถ้ามีเนื้อหา มีคอนเสปต์จะทำให้งานดูน่าสนใจขึ้น

• อย่าเพิ่งหยุดทำเพราะแค่เหนื่อย ถ้ามีเวลาก็พัก ไปทำอย่างอื่นแล้วค่อยกลับมาดูอีกที อาจจะมีไอเดียดีๆ เพิ่มขึ้นก็ได้

หัวข้อ home decor จบไปแล้ว แต่คิดว่างานที่ทำนี่ยังสามารถต่อยอดไปได้อีก ส่วนอาทิตย์นี้คือหัวข้อ หนังสือเด็ก จะพยายามทำให้ดีๆ อีก :)



Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...